สินค้าทั้งหมด


ปลั๊ก RACK 12 ช่อง+ Overload 16A สายยาว 3 เมตร สีน้ำเงิน GLINK รุ่น GPDU-14B ปลั๊กไฟสำหรับติดตั้งในตู้แร็คและใช้งานกับระบบไอที ระบบเซิร์ฟเวอร์ ระบบกล้องวงจรปิด ระบบเสียงและสัญญาณภาพ รวมถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ

ปลั๊กไฟ PDU, ปลั๊ก Rack, ปลั๊กตู้แร็ค, ปลั๊กไฟ GLINK, GLINK GPDU-14B, GPDU-14, ปลั๊ก 12 ช่อง, ปลั๊ก 16A, ปลั๊ก Overload, ปลั๊ก Surge Protection, ปลั๊ก LCD, ปลั๊กไฟ 3600W, ปลั๊กตู้ Server, ปลั๊ก Network, PDU Rack, Power Distribution Unit, ปลั๊กไฟติดแร็ค, ปลั๊กไฟสีน้ำเงิน ปลั๊ก RACK 12 ช่อง+ Overload 16A สายยาว 3 เมตร สีน้ำเงิน GLINK รุ่น GPDU-14B ปลั๊กไฟสำหรับติดตั้งในตู้แร็คและใช้งานกับระบบไอที ระบบเซิร์ฟเวอร์ ระบบกล้องวงจรปิด ระบบเสียงและสัญญาณภาพ รวมถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ออกแบบให้รองรับการจ่ายไฟอย่างเป็นระเบียบและปลอดภัย พร้อมช่องเสียบไฟจำนวน 12 ช่อง และรองรับกระแสไฟสูงสุด 16A ตัวปลั๊กผลิตด้วยโครงสร้างภายใน Bar ทองเหลืองแท้ ช่วยให้การนำไฟฟ้ามีประสิทธิภาพ มีสวิตช์เปิด-ปิดพร้อมฝาครอบกันฝุ่น และมี Circuit Breaker สำหรับป้องกันกระแสไฟเกิน นอกจากนี้ยังมี LCD Display สำหรับแสดงค่าแรงดันไฟฟ้าและกระแสไฟ ช่วยให้สามารถตรวจสอบสถานะการใช้ไฟได้สะดวก มาพร้อม Surge Protection ช่วยป้องกันความเสียหายจากไฟกระชาก ไฟตก หรือแรงดันไฟฟ้าที่ผิดปกติ และมาพร้อมสายไฟขนาดใหญ่พิเศษ 2.5 sq.mm. ความยาว 3 เมตร รองรับกำลังไฟสูงสุด 3,600 วัตต์ พร้อมหูยึดสำหรับติดตั้งกับตู้แร็ค ผนัง หรือโต๊ะ โดยสามารถปรับหมุนได้ 360° ช่วยให้จัดตำแหน่งปลั๊กและสายไฟได้อย่างเหมาะสม ราคา 990 บาท รุ่น :GPDU-14B(รหัสสินค้า :P06117)​ คุณสมบัติสินค้า -ปลั๊กไฟ PDU สำหรับติดตั้งตู้แร็คและใช้งานกับระบบไอที -จำนวนช่องเสียบไฟ 12 ช่อง -สี น้ำเงิน -รองรับกระแสไฟสูงสุด 16A -รองรับแรงดันไฟ 220-250V -รองรับกำลังไฟสูงสุด 3,600W -สายไฟขนาดใหญ่พิเศษ 2.5 sq.mm. -สายไฟยาว 3 เมตร -โครงสร้างภายในใช้ Bar ทองเหลืองแท้ -มีสวิตช์เปิด-ปิด พร้อมฝาครอบป้องกันฝุ่น -มี Circuit Breaker / Overload Protection ป้องกันกระแสไฟเกิน -มี LCD Display แสดงค่าแรงดันไฟฟ้า (V) และกระแสไฟฟ้า (A) -มีระบบ Surge Protection ช่วยป้องกันไฟกระชาก ไฟตก และแรงดันไฟฟ้าผิดปกติ -หากระบบ Surge Protection ได้รับความเสียหายจากไฟกระชาก สามารถส่งกลับเพื่อเปลี่ยนได้ -มีหูสำหรับติดตั้งกับตู้แร็ค ผนัง หรือโต๊ะ -หูยึดสามารถปรับหมุนได้ 360° -ขาปลั๊กแบบกลม พร้อมสายดิน (Ground) -สามารถติดตั้งในแนวตั้งสำหรับตู้แร็คตั้งพื้นขนาด 22U ขึ้นไป -ผลิตตามมาตรฐาน มอก. -รับประกันสินค้า 5 ปี ดาวน์โหลดข้อมูลไฟล์ Datasheet วิธีการใช้งาน -ติดตั้งปลั๊ก PDU เข้ากับตู้แร็ค ผนัง หรือโต๊ะ โดยใช้หูยึดที่ติดตั้งมากับตัวสินค้า -ปรับหมุนหูยึดให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมกับการติดตั้ง -เสียบสายไฟของ PDU เข้ากับแหล่งจ่ายไฟที่มีระบบสายดิน -เปิดสวิตช์เพื่อจ่ายไฟให้กับช่องเสียบทั้งหมด -เชื่อมต่ออุปกรณ์ที่ต้องการใช้งานเข้ากับช่องเสียบของ PDU -ตรวจสอบค่าแรงดันไฟและกระแสไฟจากหน้าจอ LCD ก่อนและระหว่างใช้งาน -ไม่ควรใช้งานเกินกำลังไฟสูงสุด 3,600W หรือ 16A -ข้อดีและประโยชน์ในการใช้งาน -รองรับอุปกรณ์ได้มากถึง 12 ช่อง เหมาะสำหรับระบบที่มีอุปกรณ์จำนวนมาก -ช่วยจัดระเบียบการจ่ายไฟภายในตู้แร็ค -LCD ช่วยตรวจสอบแรงดันและกระแสไฟได้สะดวก -Circuit Breaker ช่วยป้องกันความเสียหายจากกระแสไฟเกิน -Surge Protection ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ -สายไฟขนาด 2.5 sq.mm. รองรับการจ่ายไฟได้อย่างเหมาะสมกับการใช้งาน -หูยึดหมุนได้ 360° ช่วยให้ติดตั้งและจัดสายไฟได้ง่าย -เหมาะสำหรับตู้เซิร์ฟเวอร์ ตู้แร็ค ระบบ Network ระบบ CCTV และอุปกรณ์สำนักงาน ข้อควรระวัง -ห้ามใช้งานเกินกำลังไฟสูงสุด 3,600W / 16A -ควรใช้งานกับระบบไฟฟ้าที่มีสายดิน -หลีกเลี่ยงการใช้งานในบริเวณที่มีน้ำ ความชื้นสูง หรือใกล้แหล่งความร้อน -ไม่ควรต่อปลั๊กพ่วงหรือ PDU หลายตัวซ้อนกัน -หาก Circuit Breaker ตัดการทำงาน ควรตรวจสอบสาเหตุก่อนเปิดใช้งานอีกครั้ง -ตรวจสอบสายไฟและตัวปลั๊กเป็นระยะ หากพบรอยไหม้ แตก หรือชำรุด ควรหยุดใช้งานทันที -การติดตั้งภายในตู้แร็คควรจัดวางให้มีพื้นที่เหมาะสมและไม่กีดขวางการระบายอากาศ อุปกรณ์ที่จะได้รับ -ปลั๊กไฟ PDU GLINK รุ่น GPDU-14B จำนวน 1 ตัว -สายไฟติดตั้งกับตัวสินค้า ความยาว 3 เมตร เหมาะสำหรับ -ตู้ Rack / Server Rack -ระบบ Network -ระบบ Server -ระบบ CCTV -ระบบรักษาความปลอดภัย -ระบบเสียงและสัญญาณภาพ -อุปกรณ์สำนักงานและอุปกรณ์ไอที -งานติดตั้งระบบที่ต้องการปลั๊กไฟหลายช่องและการจัดการสายไฟอย่างเป็นระเบียบ tags : ปลั๊กไฟ PDU, ปลั๊ก Rack, ปลั๊กตู้แร็ค, ปลั๊กไฟ GLINK, GLINK GPDU-14B, GPDU-14, ปลั๊ก 12 ช่อง, ปลั๊ก 16A, ปลั๊ก Overload, ปลั๊ก Surge Protection, ปลั๊ก LCD, ปลั๊กไฟ 3600W, ปลั๊กตู้ Server, ปลั๊ก Network, PDU Rack, Power Distribution Unit, ปลั๊กไฟติดแร็ค, ปลั๊กไฟสีน้ำเงิน

ปลั๊ก RACK 12 ช่อง+ Overload 16A สายยาว 3 เมตร สีดำ GLINK รุ่น GPDU-14K เป็นปลั๊กไฟติดตู้แร็คแบบ 12 ช่อง รองรับกระแสไฟสูงสุด 16A และกำลังไฟสูงสุด 3,600 วัตต์ เหมาะสำหรับใช้งานกับระบบเครือข่าย ระบบเซิร์ฟเวอร์ ระบบ CCTV

GLINK GPDU-14K, ปลั๊ก PDU, ปลั๊กไฟ Rack, ปลั๊กติดแร็ค, ปลั๊กไฟ 12 ช่อง, ปลั๊กไฟ 16A, ปลั๊กไฟ 3600W, PDU 12 ช่อง, PDU Rack, ปลั๊กไฟ Server, ปลั๊กไฟ Network, ปลั๊กไฟ CCTV, ปลั๊กไฟ 3 เมตร, ปลั๊กไฟ GLINK, GPDU-14K, Surge Protection, ปลั๊กมี LCD, ปลั๊กไฟตู้ Rack, ปลั๊กพ่วง Rack, ปลั๊กไฟมาตรฐาน มอก. ปลั๊ก RACK 12 ช่อง+ Overload 16A สายยาว 3 เมตร สีดำ GLINK รุ่น GPDU-14K เป็นปลั๊กไฟติดตู้แร็คแบบ 12 ช่อง รองรับกระแสไฟสูงสุด 16A และกำลังไฟสูงสุด 3,600 วัตต์ เหมาะสำหรับใช้งานกับระบบเครือข่าย ระบบเซิร์ฟเวอร์ ระบบ CCTV ระบบเสียงและภาพ รวมถึงอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในตู้ Rack Cabinet ตัวปลั๊กมีโครงสร้างภายในใช้ Bar ทองเหลืองแท้ ช่วยให้การนำไฟฟ้ามีประสิทธิภาพ พร้อมสวิตช์เปิด-ปิดพร้อมฝาครอบกันฝุ่น และ Circuit Breaker สำหรับป้องกันกระแสไฟเกิน นอกจากนี้ยังมี LCD Display สำหรับแสดงค่าแรงดันไฟฟ้าและกระแสไฟแบบเรียลไทม์ พร้อมระบบ Surge Protection ช่วยป้องกันไฟกระชากและแรงดันไฟผิดปกติ มาพร้อมสายไฟขนาดใหญ่พิเศษ 2.5 sq.mm. ความยาว 3 เมตร และหูยึดสำหรับติดตั้งกับตู้แร็ค ผนัง หรือโต๊ะ โดยหูยึดสามารถหมุนปรับทิศทางได้ 360° ช่วยให้ติดตั้งและจัดระเบียบสายไฟได้สะดวก ราคา 990 บาท รุ่น :GPDU-14K(รหัสสินค้า :P06116)​ คุณสมบัติสินค้า -ปลั๊กไฟ PDU GLINK รุ่น GPDU-14K -สีดำ -จำนวน 12 ช่อง -รองรับกระแสไฟสูงสุด 16A -รองรับกำลังไฟสูงสุด 3,600 วัตต์ -รองรับแรงดันไฟ 220-250V -โครงสร้างภายในใช้ Bar ทองเหลืองแท้ -สายไฟขนาด 2.5 sq.mm. -สายไฟยาว 3 เมตร -ปลั๊กแบบ 3 ขา พร้อมสายดิน (Ground) -มีสวิตช์เปิด-ปิด พร้อมฝาครอบป้องกันฝุ่น -มี Circuit Breaker ป้องกันกระแสไฟเกิน -มี LCD Display แสดงแรงดันไฟฟ้า (V) และกระแสไฟ (A) -มีระบบ Surge Protection ช่วยป้องกันไฟกระชาก ไฟตก และความผิดปกติของแรงดันไฟ -หากระบบ Surge Protection เสียหายจากไฟกระชาก สามารถส่งกลับมาเปลี่ยนได้ -หูยึดสำหรับติดตั้งกับตู้แร็ค ผนัง หรือโต๊ะ หูยึดสามารถหมุนปรับทิศทางได้ 360° -รองรับการติดตั้งในแนวตั้งสำหรับตู้ตั้งพื้นขนาด 22U ขึ้นไป -ผ่านมาตรฐาน มอก. ดาวน์โหลดข้อมูลไฟล์ Datasheet วิธีการใช้งาน -ติดตั้งปลั๊ก PDU เข้ากับตู้ Rack ผนัง หรือโต๊ะด้วยหูยึดที่ให้มา -ปรับหูยึดหมุนให้ได้ทิศทางที่เหมาะสมกับพื้นที่ติดตั้ง -เชื่อมต่อสายไฟของ PDU เข้ากับแหล่งจ่ายไฟที่เหมาะสม -เปิดสวิตช์เพื่อจ่ายไฟไปยังช่องเสียบ -เชื่อมต่ออุปกรณ์เครือข่าย เซิร์ฟเวอร์ CCTV หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ เข้ากับช่องเสียบ -ตรวจสอบค่าแรงดันไฟและกระแสไฟผ่านหน้าจอ LCD ก่อนและระหว่างใช้งาน -หลีกเลี่ยงการใช้งานเกิน 16A หรือ 3,600W -ข้อดีและประโยชน์ในการใช้งาน -รองรับอุปกรณ์ได้ถึง 12 ช่อง เหมาะกับระบบที่มีอุปกรณ์จำนวนมาก -รองรับโหลดสูงสุด 16A เหมาะกับงานระบบและอุปกรณ์ในตู้ Rack -LCD ช่วยตรวจสอบแรงดันและกระแสไฟได้สะดวก -มี Circuit Breaker ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน -มี Surge Protection ช่วยป้องกันความเสียหายจากไฟกระชาก -สายไฟขนาด 2.5 sq.mm. และยาว 3 เมตร เหมาะสำหรับงานติดตั้งระบบ -หูยึดหมุนได้ 360° ช่วยให้เลือกตำแหน่งติดตั้งและจัดสายได้ง่าย -มีสายดิน ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน -เหมาะสำหรับตู้ Rack, Server, Network, CCTV และระบบสื่อสาร ข้อควรระวัง -ห้ามใช้งานเกินพิกัด 16A / 3,600W -ควรใช้งานกับแรงดันไฟ 220-250V -ไม่ควรต่อพ่วง PDU หรือปลั๊กไฟหลายชั้น -ห้ามใช้งานในบริเวณที่มีน้ำ ความชื้นสูง หรือเปียกชื้น -ตรวจสอบสายไฟและตัวปลั๊กก่อนใช้งาน หากพบความเสียหายควรหยุดใช้งานทันที -หาก Circuit Breaker ตัดบ่อย ควรตรวจสอบอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อและภาระโหลดก่อนเปิดใช้งานอีกครั้ง -ควรติดตั้งโดยผู้ที่มีความรู้ด้านระบบไฟฟ้าเมื่อใช้งานกับตู้ Rack หรือระบบเซิร์ฟเวอร์ อุปกรณ์ที่จะได้รับ 1) ปลั๊กไฟ PDU GLINK รุ่น GPDU-14K สีดำ x 1 ตัว tags : GLINK GPDU-14K, ปลั๊ก PDU, ปลั๊กไฟ Rack, ปลั๊กติดแร็ค, ปลั๊กไฟ 12 ช่อง, ปลั๊กไฟ 16A, ปลั๊กไฟ 3600W, PDU 12 ช่อง, PDU Rack, ปลั๊กไฟ Server, ปลั๊กไฟ Network, ปลั๊กไฟ CCTV, ปลั๊กไฟ 3 เมตร, ปลั๊กไฟ GLINK, GPDU-14K, Surge Protection, ปลั๊กมี LCD, ปลั๊กไฟตู้ Rack, ปลั๊กพ่วง Rack, ปลั๊กไฟมาตรฐาน มอก.

ปลั๊ก RACK 8 ช่อง+ Overload 10A สายยาว 2 เมตร สีน้ำเงิน GLINK รุ่น GPDU-13B เป็นปลั๊กไฟ PDU สำหรับติดตั้งในตู้แร็ค ระบบเซิร์ฟเวอร์ ระบบเครือข่าย ระบบกล้องวงจรปิด และอุปกรณ์ไอทีต่าง ๆ มาพร้อมช่องเสียบปลั๊ก 8 ช่อง

ปลั๊กไฟ GLINK, ปลั๊ก PDU, GLINK GPDU-13B, ปลั๊กไฟ Rack, ปลั๊กติดตู้แร็ค, ปลั๊กไฟ 8 ช่อง, ปลั๊กไฟ 10A, ปลั๊กไฟ 2300W, ปลั๊กไฟมี LCD, ปลั๊กไฟ Surge Protection, ปลั๊กไฟ Server Rack, ปลั๊กไฟ Network, ปลั๊กไฟ CCTV, ปลั๊กไฟตู้แร็คสีฟ้า, ปลั๊กไฟ มอก., Power Distribution Unit, Rack PDU ปลั๊ก RACK 8 ช่อง+ Overload 10A สายยาว 2 เมตร สีน้ำเงิน GLINK รุ่น GPDU-13B เป็นปลั๊กไฟ PDU สำหรับติดตั้งในตู้แร็ค ระบบเซิร์ฟเวอร์ ระบบเครือข่าย ระบบกล้องวงจรปิด และอุปกรณ์ไอทีต่าง ๆ มาพร้อมช่องเสียบปลั๊ก 8 ช่อง รองรับกระแสไฟสูงสุด 10A และกำลังไฟสูงสุด 2,300 วัตต์ พร้อมระบบป้องกันกระแสไฟเกินและ Surge Protection ช่วยป้องกันความเสียหายจากไฟตก ไฟกระชาก หรือฟ้าลง ตัวปลั๊กผลิตโดยใช้ Copper Bar ทองแดง 100% ช่วยให้การจ่ายไฟมีความเสถียร พร้อมสวิตช์เปิด-ปิดที่มีฝาครอบกันฝุ่น และ LCD Display สำหรับแสดงค่าแรงดันไฟฟ้าและกระแสไฟฟ้าแบบเรียลไทม์ อีกทั้งมีหูสำหรับยึดติดตู้แร็ค ผนัง หรือโต๊ะ โดยสามารถหมุนปรับทิศทางได้ 360° ช่วยให้ติดตั้งและจัดระเบียบสายไฟได้สะดวก มาพร้อมสายไฟยาว 2 เมตร และตัวเครื่อง สีน้ำเงิน เหมาะสำหรับงานระบบที่ต้องการความเป็นระเบียบ ความปลอดภัย และการจ่ายไฟที่มีประสิทธิภาพ ราคา 670 บาท รุ่น :GPDU-13B(รหัสสินค้า :P06115) คุณสมบัติสินค้า -แบรนด์ GLINK -รุ่น GPDU-13B -ปลั๊กไฟ PDU สำหรับติดตั้งตู้แร็ค -มีช่องเสียบปลั๊กจำนวน 8 ช่อง -ใช้ Copper Bar ทองแดง 100% ช่วยให้จ่ายไฟได้อย่างเสถียร -รองรับแรงดันไฟฟ้า 220-250V -รองรับกระแสไฟสูงสุด 10A -รองรับกำลังไฟสูงสุด 2,300W -มี Circuit Breaker สำหรับป้องกันกระแสไฟเกิน -มี Surge Protection ช่วยป้องกันไฟตก ไฟกระชาก และฟ้าลง -มี LCD แสดงค่าแรงดันไฟฟ้า (V) และกระแสไฟฟ้า (A) -มีสวิตช์เปิด-ปิด พร้อมฝาครอบป้องกันฝุ่น -ขาปลั๊กแบบกลม พร้อมสายดิน (Ground) -มีหูสำหรับยึดติดตู้แร็ค ผนัง หรือโต๊ะ -หูยึดสามารถหมุนปรับทิศทางได้ 360° -รองรับการติดตั้งแนวตั้งสำหรับตู้แร็คตั้งพื้นขนาด 22U ขึ้นไป -ความยาวสายไฟ 2 เมตร -สีตัวเครื่อง สีฟ้า -หาก Surge Protection เสียหายจากไฟกระชาก สามารถส่งกลับมาเปลี่ยนได้ -ผ่านมาตรฐาน มอก. 2432-2555 ดาวน์โหลดข้อมูลไฟล์ Datasheet วิธีการใช้งาน 1.ติดตั้งปลั๊กไฟ GLINK GPDU-13B เข้ากับตู้แร็ค ผนัง หรือโต๊ะตามตำแหน่งที่ต้องการ 2.ปรับหูยึดให้เหมาะสมกับตำแหน่งติดตั้ง โดยสามารถหมุนได้ 360° 3.ตรวจสอบสายดินและการเชื่อมต่อไฟฟ้าให้เรียบร้อย 4.เสียบปลั๊กไฟของ GPDU-13B เข้ากับแหล่งจ่ายไฟที่เหมาะสม 5.เปิดสวิตช์เพื่อจ่ายไฟไปยังอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ 6.ตรวจสอบค่าแรงดันไฟฟ้าและกระแสไฟฟ้าผ่านหน้าจอ LCD 7.เชื่อมต่ออุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น Switch, Router, NVR, Server, อุปกรณ์ Network หรืออุปกรณ์ไอทีเข้ากับช่องเสียบปลั๊ก ข้อดีและประโยชน์ในการใช้งาน -ช่วยจัดระเบียบระบบจ่ายไฟภายในตู้แร็ค -รองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้พร้อมกันถึง 8 ช่อง -Copper Bar ทองแดง 100% ช่วยให้การจ่ายไฟมีความเสถียร -LCD ช่วยตรวจสอบแรงดันและกระแสไฟได้สะดวก -มี Circuit Breaker ช่วยป้องกันกระแสไฟเกิน -มี Surge Protection ช่วยลดความเสี่ยงจากไฟกระชาก -หูยึดแบบหมุนได้ 360° ช่วยให้ติดตั้งได้ยืดหยุ่น -มีสายไฟยาว 2 เมตร เหมาะสำหรับการติดตั้งภายในตู้แร็ค -เหมาะสำหรับระบบ Network, Server, CCTV, Security และอุปกรณ์ไอที ข้อควรระวัง -ห้ามใช้งานเกินพิกัด 10A หรือ 2,300W -ควรติดตั้งในบริเวณที่แห้งและมีอากาศถ่ายเท -ห้ามใช้งานในบริเวณที่มีน้ำ ความชื้นสูง หรือมีความเสี่ยงต่อการสัมผัสน้ำ -ตรวจสอบสายไฟและปลั๊กก่อนใช้งาน หากพบความเสียหายควรหยุดใช้งานทันที -ควรใช้งานร่วมกับระบบไฟฟ้าที่มีสายดินอย่างถูกต้อง -ไม่ควรต่อพ่วงปลั๊กไฟหลายชั้นหรือใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ที่กินกระแสไฟสูงเกินกำหนด -หาก Circuit Breaker ตัดการทำงาน ควรตรวจสอบสาเหตุก่อนเปิดใช้งานอีกครั้ง -การป้องกัน Surge ไม่ได้หมายความว่าสามารถป้องกันความเสียหายจากฟ้าผ่าได้ทุกกรณี อุปกรณ์ที่จะได้รับ 1) ปลั๊กไฟ RACK GLINK รุ่น GPDU-13B จำนวน 1 ตัว tags : ปลั๊กไฟ GLINK, ปลั๊ก PDU, GLINK GPDU-13B, ปลั๊กไฟ Rack, ปลั๊กติดตู้แร็ค, ปลั๊กไฟ 8 ช่อง, ปลั๊กไฟ 10A, ปลั๊กไฟ 2300W, ปลั๊กไฟมี LCD, ปลั๊กไฟ Surge Protection, ปลั๊กไฟ Server Rack, ปลั๊กไฟ Network, ปลั๊กไฟ CCTV, ปลั๊กไฟตู้แร็คสีฟ้า, ปลั๊กไฟ มอก., Power Distribution Unit, Rack PDU

ปลั๊ก RACK 8 ช่อง+ Overload 10A สายยาว 2 เมตร สีดำ GLINK รุ่น GPDU-13K สำหรับใช้งานร่วมกับตู้แร็ค ระบบเครือข่าย ระบบเซิร์ฟเวอร์ ระบบ CCTV และอุปกรณ์ไอทีต่าง ๆ รองรับกำลังไฟสูงสุด 2,300 วัตต์ และกระแสไฟ 10A พร้อม LCD

ปลั๊กไฟ GLINK, GLINK GPDU-13, ปลั๊ก PDU, ปลั๊กไฟ PDU, ปลั๊กไฟ Rack, ปลั๊กไฟติดแร็ค, ปลั๊กไฟ 8 ช่อง, ปลั๊กไฟ 10A, ปลั๊กไฟ 2300W, ปลั๊กไฟมี LCD, PDU Rack, Power Distribution Unit, Rack PDU, ปลั๊กไฟเซิร์ฟเวอร์, ปลั๊กไฟ Server, ปลั๊กไฟ Network, ปลั๊กไฟตู้ Rack, ปลั๊กไฟมี Surge Protection, ปลั๊กไฟมี Circuit Breaker, ปลั๊กไฟมาตรฐาน มอก. ปลั๊ก RACK 8 ช่อง+ Overload 10A สายยาว 2 เมตร สีดำ GLINK รุ่น GPDU-13K สำหรับใช้งานร่วมกับตู้แร็ค ระบบเครือข่าย ระบบเซิร์ฟเวอร์ ระบบ CCTV และอุปกรณ์ไอทีต่าง ๆ รองรับกำลังไฟสูงสุด 2,300 วัตต์ และกระแสไฟ 10A พร้อม LCD แสดงแรงดันไฟและกระแสไฟ ช่วยให้ตรวจสอบสถานะการจ่ายไฟได้สะดวก ตัวปลั๊กผลิตด้วย Copper Bar ทองแดง 100% พร้อมระบบ Circuit Breaker ป้องกันกระแสไฟเกิน และ Surge Protection ช่วยป้องกันไฟตก ไฟกระชาก และความเสียหายจากไฟกระชาก ตัวเครื่องมาพร้อมหูยึดสำหรับติดตั้งตู้แร็ค ผนัง หรือโต๊ะที่สามารถหมุนได้ 360° และสายไฟยาว 2 เมตร จึงเหมาะสำหรับงานติดตั้งระบบที่ต้องการความเป็นระเบียบ ปลอดภัย และบริหารจัดการระบบไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ราคา 670 บาท รุ่น :GPDU-13K(รหัสสินค้า :P06114)​ คุณสมบัติสินค้า -ปลั๊กไฟ PDU สำหรับติดตั้งในตู้ Rack และใช้งานกับระบบ IT, Network, Server, CCTV และอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ -มีช่องเสียบปลั๊ก 8 ช่อง รองรับการใช้งานพร้อมกันหลายอุปกรณ์ -รองรับแรงดันไฟ 220-250V -รองรับกำลังไฟสูงสุด 2,300W -รองรับกระแสไฟสูงสุด 10A -ผลิตด้วย Copper Bar ทองแดง 100% ช่วยให้การจ่ายไฟมีประสิทธิภาพและเสถียร -มี LCD Display แสดงค่าแรงดันไฟฟ้า (V) และกระแสไฟฟ้า (A) -มี Surge Protection ช่วยป้องกันไฟกระชากและความผิดปกติของกระแสไฟ -มี Circuit Breaker สำหรับป้องกันกระแสไฟเกิน -มีสวิตช์เปิด-ปิดการทำงาน พร้อมฝาครอบป้องกันฝุ่น -ขาปลั๊กแบบกลม พร้อม สายดิน (Ground) เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน -มีหูยึดสำหรับติดตั้งกับ ตู้ Rack, ผนัง หรือโต๊ะ -หูยึดสามารถ หมุนปรับได้ 360° ช่วยให้ติดตั้งและจัดวางสายไฟได้สะดวก -รองรับการติดตั้งในแนวตั้ง สำหรับตู้ Rack ตั้งพื้นขนาด 22U ขึ้นไป -สายไฟยาว 2 เมตร เหมาะสำหรับการติดตั้งในตู้แร็คและพื้นที่ทำงานต่าง ๆ -มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีดำ และสีฟ้า -หากระบบ Surge Protection เสียหายจากไฟกระชาก สามารถส่งกลับมาเปลี่ยนได้ -รับประกันสินค้า 5 ปี -ผ่านมาตรฐาน มอก.2432-2555 ดาวน์โหลดข้อมูลไฟล์ Datasheet แนะนำวิธีการใช้งาน 1.ติดตั้งปลั๊ก PDU -นำ GLINK GPDU-13 ติดตั้งเข้ากับตู้ Rack ผนัง หรือโต๊ะตามตำแหน่งที่ต้องการ -ปรับหูยึดให้เหมาะสมด้วยระบบหมุนได้ 360° เพื่อให้สะดวกต่อการจัดวาง 2.ตรวจสอบระบบไฟก่อนใช้งาน -ตรวจสอบสายไฟ ปลั๊ก และช่องเสียบว่าอยู่ในสภาพสมบูรณ์ -ตรวจสอบให้ระบบไฟฟ้ามีสายดินอย่างถูกต้อง 3.เชื่อมต่อสายไฟ -เสียบปลั๊กหลักของ GPDU-13 เข้ากับเต้ารับไฟฟ้าที่เหมาะสม -ตรวจสอบว่าแรงดันไฟอยู่ในช่วงที่อุปกรณ์รองรับ 220-250V 4.เปิดสวิตช์ -เปิดสวิตช์ Power เพื่อจ่ายไฟไปยังช่องเสียบทั้ง 8 ช่อง -ตรวจสอบค่าบน LCD Display เพื่อดูแรงดันไฟฟ้า (V) และกระแสไฟฟ้า (A) 5.เชื่อมต่ออุปกรณ์ -เสียบอุปกรณ์ เช่น Switch, Router, NVR, Server, อุปกรณ์ Network หรืออุปกรณ์ไอทีต่าง ๆ เข้ากับช่องเสียบ -ควรจัดเรียงสายไฟให้เป็นระเบียบและไม่ดึงหรือบิดสายไฟมากเกินไป 6.ตรวจสอบโหลดไฟฟ้า -ตรวจสอบค่ากระแสไฟบน LCD เป็นระยะ -ไม่ควรใช้งานเกินกำลังไฟสูงสุด 2,300W หรือ 10A เพื่อความปลอดภัย 7.เมื่อใช้งานเสร็จ -ปิดอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อก่อน จากนั้นปิดสวิตช์ของ PDU -หากไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน ควรถอดปลั๊กออกจากแหล่งจ่ายไฟ Diagram (แผนภาพการเชื่อมต่อ) ข้อดี -รองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้ถึง 8 ช่อง ช่วยลดความจำเป็นในการใช้ปลั๊กพ่วงหลายตัว -มี LCD Display แสดงแรงดันไฟและกระแสไฟ ช่วยตรวจสอบสถานะการจ่ายไฟได้สะดวก -ใช้ Copper Bar ทองแดง 100% ช่วยให้การจ่ายไฟมีประสิทธิภาพ -มี Circuit Breaker ช่วยป้องกันความเสียหายจากกระแสไฟเกิน -มี Surge Protection ช่วยป้องกันไฟกระชากและความผิดปกติของระบบไฟ -หูยึดหมุนได้ 360° ช่วยให้ติดตั้งได้หลากหลายรูปแบบและจัดสายไฟได้ง่าย -รองรับการติดตั้งกับตู้ Rack ผนัง หรือโต๊ะ -สายไฟยาว 2 เมตร เหมาะกับการติดตั้งในตู้แร็คและพื้นที่ทำงาน -มีสายดิน ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน ประโยชน์ในการใช้งาน -เหมาะสำหรับจ่ายไฟให้กับ Server, Switch, Router, NVR, CCTV และอุปกรณ์ Network -ช่วยจัดระเบียบระบบไฟภายในตู้ Rack ให้เป็นสัดส่วนและดูแลรักษาง่าย -สามารถตรวจสอบแรงดันและกระแสไฟได้จากหน้าจอ LCD โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์วัดเพิ่มเติม -เหมาะสำหรับห้อง Server, ห้อง Network, สำนักงาน, ศูนย์ควบคุม และระบบรักษาความปลอดภัย -ช่วยเพิ่มความสะดวกในการเปิด-ปิดอุปกรณ์หลายเครื่องผ่าน PDU -ระบบป้องกันไฟกระชากช่วยลดความเสี่ยงต่อความเสียหายของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ ข้อควรระวัง -ห้ามใช้งานเกินพิกัด 10A หรือ 2,300W -ตรวจสอบแรงดันไฟก่อนใช้งานให้อยู่ในช่วง 220-250V -ควรเชื่อมต่อกับเต้ารับที่มี สายดิน และระบบไฟฟ้าที่ได้มาตรฐาน -ห้ามใช้ PDU ในบริเวณที่มีน้ำ ความชื้นสูง หรือเสี่ยงต่อการเปียกน้ำ -ไม่ควรเสียบอุปกรณ์ที่ใช้กำลังไฟสูงหลายเครื่องพร้อมกันจนเกินพิกัด -ห้ามดัดแปลง แกะ หรือซ่อมแซมวงจรภายในด้วยตนเอง -หากพบสายไฟ ฉนวน ปลั๊ก หรือช่องเสียบชำรุด ควรหยุดใช้งานทันที -หาก Circuit Breaker ตัดบ่อย ควรตรวจสอบสาเหตุและภาระโหลดก่อนเปิดใช้งานใหม่ -ควรติดตั้งในตำแหน่งที่มีอากาศถ่ายเทและสามารถเข้าถึงสวิตช์ได้สะดวก -การติดตั้งในระบบ Rack ขนาดใหญ่ควรดำเนินการโดยช่างหรือผู้ที่มีความรู้ด้านระบบไฟฟ้า อุปกรณ์ที่จะได้รับ 1) ปลั๊กไฟ PDU GLINK รุ่น GPDU-13 x 1 เครื่อง tags : ปลั๊กไฟ GLINK, GLINK GPDU-13, ปลั๊ก PDU, ปลั๊กไฟ PDU, ปลั๊กไฟ Rack, ปลั๊กไฟติดแร็ค, ปลั๊กไฟ 8 ช่อง, ปลั๊กไฟ 10A, ปลั๊กไฟ 2300W, ปลั๊กไฟมี LCD, PDU Rack, Power Distribution Unit, Rack PDU, ปลั๊กไฟเซิร์ฟเวอร์, ปลั๊กไฟ Server, ปลั๊กไฟ Network, ปลั๊กไฟตู้ Rack, ปลั๊กไฟมี Surge Protection, ปลั๊กไฟมี Circuit Breaker, ปลั๊กไฟมาตรฐาน มอก.

ปลั๊ก Rack 6 ช่อง+Overload 10A สายยาว 2 เมตร สีน้ำเงิน GLINK รุ่น GPDU-10B ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานกับตู้ Rack และอุปกรณ์ไฟฟ้าในระบบ Network โดยเฉพาะ มาพร้อมช่องเสียบ 6 ช่อง ระบบ Overload Protection 10A และหน้าจอ Digital Meter

ปลั๊ก Rack, ปลั๊กไฟ Rack, PDU Rack, Rack PDU, ปลั๊กตู้ Rack, ปลั๊กไฟ 6 ช่อง, ปลั๊ก 6 ช่อง, Overload Protection, Overload 10A, Digital Meter, ปลั๊ก Digital Meter, ปลั๊ก GLINK, GLINK GPDU-10B, GPDU-10B, GLINK PDU, ปลั๊กไฟ Server, ปลั๊กไฟ Network, ปลั๊กห้อง Server, ปลั๊กตู้ Network, อุปกรณ์ตู้ Rack, อุปกรณ์ Network, ปลั๊กไฟ 10A, ปลั๊กไฟ 220V, ปลั๊ก Rack สีน้ำเงิน, ปลั๊กไฟสายยาว 2 เมตร ปลั๊ก Rack 6 ช่อง+Overload 10A สายยาว 2 เมตร สีน้ำเงิน GLINK รุ่น GPDU-10B ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานกับตู้ Rack และอุปกรณ์ไฟฟ้าในระบบ Network โดยเฉพาะ มาพร้อมช่องเสียบ 6 ช่อง ระบบ Overload Protection 10A และหน้าจอ Digital Meter สำหรับแสดงค่าแรงดันและกระแสไฟ ช่วยให้ตรวจสอบการใช้ไฟได้สะดวกยิ่งขึ้น ตัวปลั๊กใช้โครงสร้างภายใน Copper 100% ช่วยให้การจ่ายไฟมีประสิทธิภาพ พร้อมหูยึดที่สามารถปรับหมุนได้ 360° ติดตั้งได้ทั้งตู้ Rack ผนัง หรือพื้นผิวต่าง ๆ และมาพร้อมสายไฟยาว 2 เมตร เหมาะสำหรับห้อง Server, ระบบ Network, CCTV และงานติดตั้งอุปกรณ์ที่ต้องการความเป็นระเบียบและปลอดภัยในการจ่ายไฟ ราคา 560 บาท รุ่น :ST-0117SP(รหัสสินค้า :P06113)​ คุณสมบัติสินค้า -ปลั๊กไฟสำหรับติดตั้งตู้ Rack จำนวน 6 ช่อง รองรับปลั๊กแบบ 3 ขา มีสายดิน -มี Digital Meter แบบ LCD แสดงค่าแรงดันไฟฟ้า (Voltage) และกระแสไฟฟ้าที่ใช้งาน -ระบบ Overload Protection ตัดไฟอัตโนมัติเมื่อใช้กระแสไฟเกิน และสามารถรีเซ็ตกลับมาใช้งานได้ -รองรับแรงดันไฟฟ้า 220–250V -รองรับกระแสไฟสูงสุด 10A -รองรับกำลังไฟสูงสุด 2,300W -มีสวิตช์เปิด-ปิด พร้อมฝาครอบช่วยป้องกันอุบัติเหตุและสิ่งสกปรก -ภายในใช้ Copper Bar 100% ช่วยให้กระแสไฟไหลผ่านได้ดีและมีประสิทธิภาพ -หูยึดสามารถหมุนปรับได้ 360° ติดตั้งได้ทั้งตู้ Rack ผนัง หรือพื้นผิวต่าง ๆ -รองรับการติดตั้งกับ ตู้ Rack 19 นิ้ว -สายไฟยาว 2 เมตร -สี น้ำเงิน (Blue) -ได้รับมาตรฐาน มอก. 2432-2555 (TIS Standard)   ดาวน์โหลดข้อมูลไฟล์ Datasheet แนะนำวิธีการใช้งาน 1.ติดตั้งปลั๊ก Rack ยึดปลั๊ก GLINK รุ่น GPDU-10B เข้ากับตู้ Rack หรือผนังตามตำแหน่งที่ต้องการ โดยสามารถปรับหูยึดได้ 360° เพื่อให้เหมาะกับพื้นที่ติดตั้ง 2.เชื่อมต่อสายไฟ เสียบสายไฟของปลั๊กเข้ากับเต้ารับไฟฟ้าที่มีสายดินและมีแรงดันเหมาะสมกับอุปกรณ์ 3.เปิดสวิตช์ เปิดสวิตช์หลักของปลั๊ก จากนั้นตรวจสอบไฟแสดงสถานะเพื่อยืนยันว่าปลั๊กพร้อมใช้งาน 4.เชื่อมต่ออุปกรณ์ เสียบอุปกรณ์ Network, Server, CCTV หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าอื่น ๆ เข้ากับช่องเสียบทั้ง 6 ช่อง โดยไม่ควรใช้โหลดรวมเกิน 2,300W หรือ 10A 5.ตรวจสอบค่าบน Digital Meter ดูค่ากระแสและแรงดันไฟฟ้าจากหน้าจอ LCD เพื่อช่วยตรวจสอบสถานะการจ่ายไฟและการใช้พลังงานของอุปกรณ์ 6.กรณีเกิดโหลดเกิน หากมีการใช้กระแสไฟเกิน ระบบ Overload Protection จะช่วยตัดการจ่ายไฟเพื่อป้องกันความเสียหาย ให้ถอดอุปกรณ์ที่ใช้กำลังไฟสูงออกก่อน แล้วจึงรีเซ็ตระบบและเปิดใช้งานอีกครั้ง 7.ข้อควรระวัง ไม่ควรใช้งานเกินพิกัด 10A/2,300W และควรติดตั้งในบริเวณที่แห้งและมีอากาศถ่ายเท หลีกเลี่ยงน้ำ ความชื้น และการใช้งานสายไฟที่ชำรุด Diagram (แผนภาพการเชื่อมต่อ) ข้อดีของสินค้า -รองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้พร้อมกันถึง 6 ช่อง -มีระบบ Overload Protection 10A ช่วยป้องกันความเสียหายจากกระแสไฟเกิน -มี Digital Meter แบบ LCD ช่วยตรวจสอบแรงดันและกระแสไฟได้สะดวก -ใช้ Copper Bar 100% ช่วยให้การนำไฟฟ้ามีประสิทธิภาพ -รองรับกำลังไฟสูงสุด 2,300W เหมาะสำหรับอุปกรณ์ Network และระบบ Rack -สายไฟยาว 2 เมตร ช่วยให้ติดตั้งและจัดวางอุปกรณ์ได้สะดวก -หูยึดปรับได้ 360° รองรับการติดตั้งได้หลากหลายรูปแบบ -มีสวิตช์เปิด-ปิด ช่วยควบคุมการจ่ายไฟได้ง่าย -รองรับการใช้งานในตู้ Rack และงานระบบต่าง ๆ ได้อย่างเป็นระเบียบ ประโยชน์ในการใช้งาน -เหมาะสำหรับจ่ายไฟให้กับ Switch, Router, NVR, Server และอุปกรณ์ Network ภายในตู้ Rack -ช่วยรวมจุดจ่ายไฟหลายอุปกรณ์ไว้ในตำแหน่งเดียว ทำให้จัดสายไฟได้ง่ายและเป็นระเบียบ -Digital Meter ช่วยให้ผู้ดูแลระบบตรวจสอบค่าการใช้ไฟได้อย่างรวดเร็ว -ระบบป้องกันโหลดเกินช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ -เหมาะสำหรับ ห้อง Server, ห้อง Network, ระบบ CCTV, สำนักงาน และงานติดตั้งระบบสื่อสาร -สามารถติดตั้งได้ทั้งแนวตั้ง แนวนอน หรือปรับตำแหน่งตามพื้นที่ใช้งาน ข้อควรระวัง -ห้ามใช้งานเกินพิกัด 10A หรือ 2,300W -ตรวจสอบแรงดันไฟฟ้าให้เหมาะสมก่อนใช้งาน โดยรองรับประมาณ 220–250V -ไม่ควรเสียบอุปกรณ์ที่มีโหลดสูงหลายตัวพร้อมกันจนเกินกำลังที่กำหนด -ควรใช้งานกับเต้ารับที่มี ระบบสายดิน เพื่อความปลอดภัย -หลีกเลี่ยงการใช้งานในบริเวณที่มีน้ำ ความชื้นสูง หรือมีโอกาสสัมผัสของเหลว -ตรวจสอบสายไฟ ปลั๊ก และตัวเครื่องก่อนใช้งาน หากพบการชำรุดควรหยุดใช้งานทันที -ไม่ควรดัดแปลงหรือถอดชิ้นส่วนภายในสินค้าเอง -หากระบบ Overload ตัดไฟ ควรถอดอุปกรณ์ที่เป็นสาเหตุของโหลดเกินออกก่อนรีเซ็ตและเปิดใช้งานใหม่ -ควรติดตั้งในตำแหน่งที่มั่นคง และจัดสายไฟไม่ให้ถูกกดทับหรือดึงรั้งมากเกินไป อุปกรณ์ที่จะได้รับ 1) ปลั๊ก Rack 6 ช่อง GLINK รุ่น GPDU-10B x 1 ชุด tags : ปลั๊ก Rack, ปลั๊กไฟ Rack, PDU Rack, Rack PDU, ปลั๊กตู้ Rack, ปลั๊กไฟ 6 ช่อง, ปลั๊ก 6 ช่อง, Overload Protection, Overload 10A, Digital Meter, ปลั๊ก Digital Meter, ปลั๊ก GLINK, GLINK GPDU-10B, GPDU-10B, GLINK PDU, ปลั๊กไฟ Server, ปลั๊กไฟ Network, ปลั๊กห้อง Server, ปลั๊กตู้ Network, อุปกรณ์ตู้ Rack, อุปกรณ์ Network, ปลั๊กไฟ 10A, ปลั๊กไฟ 220V, ปลั๊ก Rack สีน้ำเงิน, ปลั๊กไฟสายยาว 2 เมตร

รองเท้านิรภัยหุ้มส้น หนังแท้ +หนังกลับ พื้น PU รุ่น ST-0117SP ออกแบบสำหรับผู้ที่ต้องการความปลอดภัยในการทำงานควบคู่กับความคล่องตัวในการสวมใส่ ตัวรองเท้าผลิตจาก หนังแท้ผสมหนังกลับสีดำ ให้ความแข็งแรงและดูเป็นมืออาชีพ

รองเท้านิรภัย,รองเท้าเซฟตี้,รองเท้าหัวเหล็ก,รองเท้าทำงาน,รองเท้าโรงงาน,รองเท้าช่าง,รองเท้าอุตสาหกรรม,รองเท้ากันลื่น,รองเท้าทนน้ำมัน,รองเท้าทนสารเคมี,รองเท้าทนความร้อน,รองเท้ากันไฟฟ้าสถิต,หนังแท้,หนังกลับ,พื้น PU,ST-0117SP,รองเท้านิรภัยหุ้มส้น,อุปกรณ์เซฟตี้,PPE,รองเท้าป้องกันอันตราย รองเท้านิรภัยหุ้มส้น หนังแท้ +หนังกลับ พื้น PU รุ่น ST-0117SP ออกแบบสำหรับผู้ที่ต้องการความปลอดภัยในการทำงานควบคู่กับความคล่องตัวในการสวมใส่ ตัวรองเท้าผลิตจาก หนังแท้ผสมหนังกลับสีดำ ให้ความแข็งแรงและดูเป็นมืออาชีพ พร้อมหัวเหล็กที่รองรับแรงกระแทกได้สูงสุด 200 จูล ตามมาตรฐาน EN 12568 ช่วยปกป้องบริเวณนิ้วเท้าจากวัตถุตกหล่นหรือแรงกระแทกในการทำงาน พื้นรองเท้า PU (Polyurethane) ผลิตด้วยระบบ Direct Injected ช่วยให้พื้นยึดติดกับตัวรองเท้าได้อย่างแข็งแรง และมีคุณสมบัติช่วยรองรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่ต้องสัมผัสน้ำมัน สารเคมี ความร้อน และพื้นผิวลื่น เหมาะสำหรับงานโรงงาน งานช่าง งานก่อสร้าง คลังสินค้า และงานอุตสาหกรรมทั่วไป โดยมีขนาดให้เลือก EU 36-46 ราคา 790 บาท รุ่น :ST-0117SP(รหัสสินค้า :P06084)​ คุณสมบัติสินค้า -รองเท้านิรภัยหุ้มส้น รุ่น ST-0117SP -วัสดุรองเท้าผลิตจาก หนังแท้ผสมหนังกลับ สีดำ แข็งแรงและดูเรียบสวย -หัวรองเท้าเสริม หัวเหล็ก ป้องกันนิ้วเท้าจากแรงกระแทกได้สูงสุด 200J ตามมาตรฐาน EN 12568 -ซับในรองเท้าผลิตจาก ผ้าแคมเบล สีเทา ช่วยเพิ่มความสบายขณะสวมใส่ -พื้นรองเท้าผลิตจาก PU (Polyurethane) มีความยืดหยุ่นและรองรับการใช้งานได้ดี -ผลิตพื้นด้วยระบบ Direct Injected ช่วยให้พื้นรองเท้ายึดติดแน่น แข็งแรง -แผ่นรองพื้นภายในทำจาก EVA ช่วยรองรับแรงกดและเพิ่มความนุ่มสบาย -คุณสมบัติของรองเท้า กันไฟฟ้าสถิต ทนความร้อน ทนน้ำมัน สารเคมี และกันลื่น -ผลิตตามมาตรฐาน มอก. 523-2564 -มีขนาดให้เลือกตั้งแต่ EU 36-46 -เหมาะสำหรับงานโรงงาน งานช่าง งานก่อสร้าง คลังสินค้า และงานอุตสาหกรรมทั่วไป ดาวน์โหลดข้อมูลไฟล์ Datasheet แนะนำวิธีการใช้งาน 1.เลือกรองเท้าให้มีขนาดพอดีกับเท้า โดยตรวจสอบขนาด EU 36-46 ก่อนใช้งาน 2.สวมรองเท้าให้เต็มเท้าและผูกเชือกให้กระชับพอดี เพื่อป้องกันรองเท้าหลุดขณะเดินหรือทำงาน 3.ใช้รองเท้าในพื้นที่ทำงานที่มีความเสี่ยงต่อการกระแทกจากวัตถุ น้ำมัน สารเคมี ความร้อน หรือพื้นผิวลื่น 4.ตรวจสอบสภาพรองเท้าก่อนใช้งานทุกครั้ง โดยเฉพาะหัวเหล็ก พื้นรองเท้า ตะเข็บ และบริเวณหนัง 5.หลังใช้งานควรทำความสะอาดสิ่งสกปรกและเช็ดให้แห้ง หลีกเลี่ยงการตากใกล้แหล่งความร้อนโดยตรง 6.เก็บรองเท้าในบริเวณที่แห้งและมีอากาศถ่ายเท เพื่อช่วยลดความชื้นและยืดอายุการใช้งาน 7.หากพบพื้นรองเท้าสึกมาก หนังฉีกขาด หรือโครงสร้างรองเท้าเสียหาย ควรเปลี่ยนรองเท้าคู่ใหม่เพื่อความปลอดภัยในการทำงาน Diagram (แผนภาพการเชื่อมต่อ) ข้อดี -หัวเหล็กช่วยป้องกันนิ้วเท้าจากแรงกระแทกและวัตถุตกหล่น -ผลิตจาก หนังแท้ผสมหนังกลับ แข็งแรง ทนทาน และเหมาะกับการใช้งานในสภาพแวดล้อมการทำงาน -พื้น PU มีความยืดหยุ่น รองรับการเดินและการยืนทำงานได้ดี -พื้นรองเท้าผลิตด้วยระบบ Direct Injected ช่วยเพิ่มความแข็งแรงและการยึดเกาะระหว่างพื้นกับตัวรองเท้า -มีคุณสมบัติ กันไฟฟ้าสถิต ทนน้ำมัน ทนสารเคมี ทนความร้อน และกันลื่น -แผ่นรองพื้น EVA ช่วยเพิ่มความนุ่มและลดความเมื่อยล้าระหว่างสวมใส่ -ดีไซน์คล้ายรองเท้าผ้าใบ ช่วยให้คล่องตัวและเหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ประโยชน์ในการใช้งาน -เหมาะสำหรับงานโรงงาน งานช่าง และงานอุตสาหกรรม -ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการทำงานบริเวณที่มีความเสี่ยงจากวัตถุตกหล่นหรือการกระแทก -เหมาะสำหรับพื้นที่ที่อาจมีน้ำมัน สารเคมี หรือพื้นผิวลื่น -ช่วยลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บบริเวณเท้าจากอุบัติเหตุในการทำงาน -เหมาะสำหรับงานคลังสินค้า งานก่อสร้าง งานซ่อมบำรุง และงานภาคสนาม -สามารถสวมใส่เป็นรองเท้าทำงานประจำวันได้ เนื่องจากมีรูปทรงที่คล่องตัว ข้อควรระวัง -ตรวจสอบสภาพรองเท้าก่อนใช้งานทุกครั้ง หากพบความเสียหายควรเปลี่ยนใหม่ -เลือกขนาดรองเท้าให้เหมาะสม ไม่ควรสวมรองเท้าที่คับหรือหลวมเกินไป -แม้รองเท้าจะมีคุณสมบัติกันลื่น ควรใช้ความระมัดระวังเมื่อเดินบนพื้นที่เปียกหรือมีน้ำมัน -หลีกเลี่ยงการใช้รองเท้าในสภาพแวดล้อมที่เกินขีดความสามารถของวัสดุรองเท้า -ไม่ควรตากรองเท้าด้วยความร้อนสูงหรือวางใกล้เปลวไฟ เพราะอาจทำให้หนังและพื้น PU เสื่อมสภาพ -ทำความสะอาดและเช็ดให้แห้งหลังใช้งาน โดยเฉพาะเมื่อสัมผัสน้ำมันหรือสารเคมี -รองเท้านิรภัยไม่สามารถป้องกันอันตรายได้ทุกประเภท ควรใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลอื่นร่วมด้วยตามลักษณะงาน อุปกรณ์ที่จะได้รับ 1) รองเท้านิรภัยหุ้มส้น หนังแท้ + หนังกลับ พื้น PU รุ่น ST-0117SP x 1 คู่ tags : รองเท้านิรภัย,รองเท้าเซฟตี้,รองเท้าหัวเหล็ก,รองเท้าทำงาน,รองเท้าโรงงาน,รองเท้าช่าง,รองเท้าอุตสาหกรรม,รองเท้ากันลื่น,รองเท้าทนน้ำมัน,รองเท้าทนสารเคมี,รองเท้าทนความร้อน,รองเท้ากันไฟฟ้าสถิต,หนังแท้,หนังกลับ,พื้น PU,ST-0117SP,รองเท้านิรภัยหุ้มส้น,อุปกรณ์เซฟตี้,PPE,รองเท้าป้องกันอันตราย

รองเท้านิรภัยหุ้มส้น หนังแท้อัดลาย พื้น PU (เสริมแผ่นเหล็ก) รุ่น L-7006 X ผลิตจากหนังแท้อัดลายคุณภาพดี ดีไซน์สีดำเรียบหรู สวมใส่กระชับ เหมาะสำหรับงานช่าง งานโรงงาน งานก่อสร้าง และงานอุตสาหกรรมที่ต้องการการปกป้องเท้า

รองเท้านิรภัย, รองเท้านิรภัยหุ้มส้น, รองเท้าหัวเหล็ก, รองเท้าหัวเหล็กนิรภัย, รองเท้านิรภัยหนังแท้, หนังแท้อัดลาย, รองเท้าพื้น PU, รองเท้านิรภัยพื้น PU, รองเท้าเซฟตี้, Safety Shoes, รองเท้าสำหรับโรงงาน, รองเท้าช่าง, รองเท้าก่อสร้าง, รองเท้าสำหรับงานอุตสาหกรรม, รองเท้าความปลอดภัย, รองเท้านิรภัย L-7006 X, L-7006 X, รองเท้านิรภัยเสริมแผ่นเหล็ก, รองเท้าหัวเหล็ก 200J, รองเท้ากันกระแทก, รองเท้าสำหรับงานช่าง, PPE, อุปกรณ์เซฟตี้ รองเท้านิรภัยหุ้มส้น หนังแท้อัดลาย พื้น PU (เสริมแผ่นเหล็ก) รุ่น L-7006 X ผลิตจากหนังแท้อัดลายคุณภาพดี ดีไซน์สีดำเรียบหรู สวมใส่กระชับ เหมาะสำหรับงานช่าง งานโรงงาน งานก่อสร้าง และงานอุตสาหกรรมที่ต้องการการปกป้องเท้า โดยเสริมแผ่นเหล็กบริเวณหัวรองเท้ารับแรงกระแทกได้สูงสุด 200J ตามมาตรฐาน EN 12568 พร้อมพื้น PU (Polyurethane) ที่ช่วยเพิ่มความมั่นคงในการเดิน และลดความเสี่ยงจากการลื่นไถล เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรองเท้านิรภัยที่แข็งแรง ทนทาน และใช้งานได้ในหลากหลายสภาพแวดล้อม ราคา 705 บาท รุ่น :L-7006 X(รหัสสินค้า :P06083)​ คุณสมบัติสินค้า -รองเท้านิรภัยหุ้มส้น รุ่น L-7006 X ดีไซน์สีดำ เหมาะสำหรับงานอุตสาหกรรมและงานช่าง -ผลิตจาก หนังแท้อัดลาย แข็งแรง ทนทาน และดูแลรักษาง่าย -หัวรองเท้าเสริม แผ่นเหล็กนิรภัย รองรับแรงกระแทกได้สูงสุด 200J ตามมาตรฐาน EN 12568 -พื้นรองเท้าผลิตจาก PU (Polyurethane) ช่วยรองรับแรงกระแทกและเพิ่มความมั่นคงขณะเดิน -ใช้ระบบการผลิตพื้นแบบ Direct Injected (ฉีดขึ้นรูป) ช่วยให้พื้นรองเท้ายึดติดกับตัวรองเท้าได้ดี -แผ่นรองพื้นภายในทำจาก EVA ช่วยเพิ่มความนุ่มและความสบายขณะสวมใส่ -คุณสมบัติช่วย กันไฟฟ้าสถิต เหมาะสำหรับสภาพแวดล้อมการทำงานที่ต้องการลดการสะสมของไฟฟ้าสถิต -สามารถ ทนความร้อน น้ำมัน สารเคมี และกลิ่น ตามคุณสมบัติที่ระบุของสินค้า -ผลิตตามมาตรฐาน มอก. 523-2564 -มีไซซ์ให้เลือกตั้งแต่ 36–46 EURO -เหมาะสำหรับโรงงาน งานก่อสร้าง งานช่าง งานคลังสินค้า และงานอุตสาหกรรมทั่วไป ดาวน์โหลดข้อมูลไฟล์ Datasheet แนะนำวิธีการใช้งาน 1.เลือกไซซ์รองเท้าให้พอดีกับเท้า ควรเลือกขนาดที่สวมใส่สบาย ไม่คับหรือหลวมจนเกินไป 2.สวมรองเท้าและผูกเชือกให้กระชับ เพื่อป้องกันรองเท้าหลุดหรือเท้าเคลื่อนขณะเดินและทำงาน 3.ตรวจสอบรองเท้าก่อนใช้งาน ตรวจดูหนังรองเท้า พื้นรองเท้า เชือก และบริเวณหัวเหล็กว่าอยู่ในสภาพสมบูรณ์ 4.ใช้ในพื้นที่ทำงานที่เหมาะสม เช่น โรงงาน งานก่อสร้าง งานช่าง คลังสินค้า และพื้นที่อุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการกระแทกบริเวณเท้า 5.หลีกเลี่ยงการใช้งานผิดประเภท ไม่ควรใช้รองเท้าแทนอุปกรณ์ป้องกันเฉพาะทางในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงเกินกว่าคุณสมบัติของรองเท้า 6.ทำความสะอาดหลังใช้งาน เช็ดคราบฝุ่นและสิ่งสกปรกด้วยผ้าหมาด แล้วผึ่งให้แห้งในที่อากาศถ่ายเท 7.จัดเก็บอย่างเหมาะสม เก็บในที่แห้งและไม่โดนแสงแดดหรือความร้อนสูงเป็นเวลานาน เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานของรองเท้า Diagram (แผนภาพการเชื่อมต่อ) ข้อดี -ผลิตจาก หนังแท้อัดลาย มีความแข็งแรงและทนทาน เหมาะกับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่ต้องการความทนทาน -หัวรองเท้าเสริม แผ่นเหล็ก ช่วยป้องกันแรงกระแทกบริเวณปลายเท้า -พื้น PU (Polyurethane) ช่วยรองรับแรงกระแทกและเพิ่มความมั่นคงในการเดิน -พื้นแบบ Direct Injected ช่วยให้พื้นรองเท้ายึดติดกับตัวรองเท้าได้ดี -มีแผ่นรองพื้น EVA ช่วยเพิ่มความนุ่มและความสบายขณะสวมใส่ -มีคุณสมบัติ กันไฟฟ้าสถิต และทนต่อน้ำมัน ความร้อน และสารเคมีตามคุณสมบัติของสินค้า -ผลิตตามมาตรฐาน มอก. 523-2564 ประโยชน์ในการใช้งาน -ช่วยป้องกันเท้าจากการกระแทกหรือสิ่งของตกใส่บริเวณปลายเท้า -เพิ่มความปลอดภัยสำหรับผู้ปฏิบัติงานในโรงงานและพื้นที่อุตสาหกรรม -เหมาะสำหรับ งานก่อสร้าง งานช่าง งานคลังสินค้า โรงงาน และงานซ่อมบำรุง -ช่วยลดความเมื่อยล้าขณะยืนหรือเดินทำงานเป็นเวลานาน ด้วยพื้นรองเท้า PU และแผ่นรอง EVA -ช่วยลดการสะสมของไฟฟ้าสถิต เหมาะกับพื้นที่ทำงานที่มีข้อกำหนดด้านไฟฟ้าสถิต -ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการทำงานและลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นกับเท้า ข้อควรระวัง -ควรเลือกไซซ์ให้เหมาะสมกับเท้า เพื่อความปลอดภัยและความสบายในการใช้งาน -ตรวจสอบสภาพรองเท้าก่อนใช้งานทุกครั้ง หากหัวเหล็ก พื้นรองเท้า หนัง หรือส่วนประกอบชำรุด ควรเปลี่ยนใหม่ -ไม่ควรใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงเกินกว่าคุณสมบัติและมาตรฐานที่รองเท้ารองรับ -หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารเคมีที่มีฤทธิ์รุนแรงเป็นเวลานาน แม้ว่ารองเท้าจะมีคุณสมบัติทนสารเคมี -ไม่ควรตากรองเท้าด้วยความร้อนสูงหรือวางใกล้เปลวไฟ เพราะอาจทำให้หนังและพื้น PU เสื่อมสภาพ -หลังใช้งานควรทำความสะอาดและผึ่งให้แห้งในที่อากาศถ่ายเท -รองเท้านิรภัยเป็นเพียงหนึ่งในอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล ควรใช้งานร่วมกับ PPE อื่น ๆ ให้เหมาะสมกับลักษณะงานและความเสี่ยง อุปกรณ์ที่จะได้รับ 1) รองเท้านิรภัยหุ้มส้น หนังแท้อัดลาย พื้น PU (เสริมแผ่นเหล็ก) รุ่น L-7006 X 1 คู่ tags : รองเท้านิรภัย, รองเท้านิรภัยหุ้มส้น, รองเท้าหัวเหล็ก, รองเท้าหัวเหล็กนิรภัย, รองเท้านิรภัยหนังแท้, หนังแท้อัดลาย, รองเท้าพื้น PU, รองเท้านิรภัยพื้น PU, รองเท้าเซฟตี้, Safety Shoes, รองเท้าสำหรับโรงงาน, รองเท้าช่าง, รองเท้าก่อสร้าง, รองเท้าสำหรับงานอุตสาหกรรม, รองเท้าความปลอดภัย, รองเท้านิรภัย L-7006 X, L-7006 X, รองเท้านิรภัยเสริมแผ่นเหล็ก, รองเท้าหัวเหล็ก 200J, รองเท้ากันกระแทก, รองเท้าสำหรับงานช่าง, PPE, อุปกรณ์เซฟตี้

รองเท้านิรภัยหุ้มส้น หนังเทียมสีดำ พื้น PVC รุ่น S-318FC เป็นรองเท้านิรภัยที่ออกแบบมาเพื่อช่วยปกป้องเท้าจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการทำงาน ด้วยรูปแบบหุ้มส้นกระชับเท้า

รองเท้านิรภัย, รองเท้านิรภัยหุ้มส้น, รองเท้าหัวเหล็ก, รองเท้าหัวเหล็กนิรภัย, รองเท้าหนังเทียม, รองเท้าหนังเทียมสีดำ, รองเท้าพื้น PVC, รองเท้าทำงาน, รองเท้าช่าง, รองเท้าสำหรับโรงงาน, รองเท้าความปลอดภัย, รองเท้าเซฟตี้, Safety Shoes, Safety Boots, S-318FC, รองเท้านิรภัย S-318FC, อุปกรณ์เซฟตี้, อุปกรณ์ความปลอดภัย, รองเท้าสำหรับงานอุตสาหกรรม, รองเท้าคลังสินค้า รองเท้านิรภัยหุ้มส้น หนังเทียมสีดำ พื้น PVC รุ่น S-318FC เป็นรองเท้านิรภัยที่ออกแบบมาเพื่อช่วยปกป้องเท้าจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการทำงาน ด้วยรูปแบบหุ้มส้นกระชับเท้า พร้อมหัวเหล็กที่รองรับแรงกระแทกได้ถึง 200J ตาม EN 12568 และพื้นรองเท้า PVC ที่ช่วยเพิ่มความมั่นคงในการยืนและเดิน เหมาะสำหรับงานอุตสาหกรรม งานช่าง งานคลังสินค้า และงานทั่วไปที่ต้องการรองเท้าเพื่อความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน ตัวรองเท้าผลิตจากหนังเทียม PVC สีดำ ดูเรียบร้อยและดูแลรักษาง่าย ภายในมีแผ่นรองพื้น EVA ช่วยเพิ่มความนุ่มสบายขณะสวมใส่ อีกทั้งคุณสมบัติของพื้นรองเท้าช่วยรองรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่ต้องสัมผัสความร้อน น้ำมัน หรือสารเคมี และช่วยลดความเสี่ยงจากการลื่นไถล โดยรุ่นนี้มีขนาดตั้งแต่ 36–46 EURO รองรับการใช้งานได้หลากหลายประเภท ราคา 425 บาท รุ่น :S-318FC(รหัสสินค้า :P06082)​ คุณสมบัติสินค้า -รองเท้านิรภัยแบบ หุ้มส้น ช่วยปกป้องเท้าและเพิ่มความกระชับขณะสวมใส่ -ผลิตจาก หนังเทียม PVC สีดำ แข็งแรง ดูแลรักษาง่าย -หัวเหล็กนิรภัย รองรับแรงกระแทกได้สูงสุด 200J ตามมาตรฐาน EN 12568 -พื้นรองเท้าผลิตจาก PVC ช่วยเพิ่มความมั่นคงและรองรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ -ใช้ระบบการผลิตพื้นแบบ Cemented (อัดประกอบด้วยความร้อน) ช่วยให้พื้นรองเท้ายึดติดกับตัวรองเท้าได้ดี -ด้านในรองเท้ามี แผ่นรองพื้น EVA ช่วยเพิ่มความนุ่มและความสบายในการสวมใส่ -มีคุณสมบัติช่วย ทนความร้อน น้ำมัน สารเคมี และการลื่น เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความปลอดภัย -ผลิตตามมาตรฐาน มอก. 523-2564 -มีขนาดรองเท้า 36–46 EURO -เหมาะสำหรับงานอุตสาหกรรม งานช่าง งานโรงงาน งานคลังสินค้า และงานทั่วไปที่ต้องการรองเท้านิรภัย ดาวน์โหลดข้อมูลไฟล์ Datasheet แนะนำวิธีการใช้งาน 1.เลือกขนาดรองเท้าให้พอดีกับเท้า ควรสวมแล้วกระชับ ไม่แน่นหรือหลวมจนเกินไป 2.สวมรองเท้าให้เต็มเท้า ตรวจสอบให้ส้นเท้าอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมและผูกเชือกให้แน่นพอดี 3.ตรวจสอบรองเท้าก่อนใช้งาน เช็กหัวเหล็ก พื้นรองเท้า รอยเย็บ และเชือกรองเท้าว่าอยู่ในสภาพสมบูรณ์ 4.ใช้ในพื้นที่ที่เหมาะสมกับรองเท้านิรภัย เช่น โรงงาน งานก่อสร้าง งานช่าง งานคลังสินค้า และพื้นที่ปฏิบัติงานที่มีความเสี่ยงต่อการกระแทกเท้า 5.หลีกเลี่ยงการใช้งานผิดประเภท ไม่ควรใช้รองเท้าแทนอุปกรณ์ป้องกันเฉพาะทาง เช่น งานไฟฟ้าที่ต้องใช้รองเท้าป้องกันไฟฟ้าโดยเฉพาะ 6.ทำความสะอาดหลังใช้งาน เช็ดฝุ่น คราบน้ำมัน หรือสิ่งสกปรกออก และผึ่งให้แห้งในที่อากาศถ่ายเท 7.ตรวจสอบสภาพเป็นประจำ หากพื้นรองเท้าสึก หัวเหล็กเสียหาย หรือส่วนประกอบชำรุด ควรหยุดใช้งานและเปลี่ยนคู่ใหม่เพื่อความปลอดภัย Diagram (แผนภาพการเชื่อมต่อ) ข้อดี -หัวเหล็กนิรภัยช่วยป้องกันปลายเท้าจากแรงกระแทกและการกดทับ -หนังเทียม PVC สีดำ แข็งแรง และทำความสะอาดง่าย -พื้น PVC ช่วยเพิ่มความมั่นคงในการเดินและยืน -แผ่นรองพื้น EVA ช่วยเพิ่มความนุ่มและความสบายขณะสวมใส่ -รองเท้าหุ้มส้นช่วยให้กระชับเท้า เหมาะสำหรับการทำงานต่อเนื่อง -มีคุณสมบัติช่วยทนความร้อน น้ำมัน สารเคมี และการลื่น -มีขนาดให้เลือกตั้งแต่ 36–46 EURO ประโยชน์ในการใช้งาน -ช่วยลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บบริเวณปลายเท้าขณะปฏิบัติงาน -เหมาะสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม งานช่าง งานก่อสร้าง และงานคลังสินค้า -ช่วยเพิ่มความมั่นใจและความปลอดภัยในการเดินหรือทำงานในพื้นที่เสี่ยง -เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องยืนหรือเดินเป็นเวลานาน -ช่วยปกป้องเท้าจากสิ่งของตกหล่นและแรงกระแทกในพื้นที่ทำงาน ข้อควรระวัง -ควรเลือกขนาดให้พอดีกับเท้า ไม่ควรสวมรองเท้าที่คับหรือหลวมเกินไป -ตรวจสอบสภาพหัวเหล็ก พื้นรองเท้า และตัวรองเท้าก่อนใช้งานทุกครั้ง -ไม่ควรใช้รองเท้าที่มีพื้นสึกมาก แตก หรือชำรุด เพราะอาจลดประสิทธิภาพในการป้องกัน -หลีกเลี่ยงการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่เกินขอบเขตการป้องกันของรองเท้า -ไม่ควรนำไปใช้กับงานไฟฟ้า หากรองเท้าไม่ได้รับการรับรองสำหรับการป้องกันไฟฟ้าโดยเฉพาะ -หลังใช้งานควรทำความสะอาดและผึ่งให้แห้ง หลีกเลี่ยงการตากแดดจัดหรือใช้ความร้อนสูงในการทำให้แห้ง ควรปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของสถานที่ทำงานควบคู่กับการสวมรองเท้านิรภัย อุปกรณ์ที่จะได้รับ 1) รองเท้านิรภัยหุ้มส้น หนังเทียมสีดำ พื้น PVC รุ่น S-318FC x 1 คู่ tags : รองเท้านิรภัย, รองเท้านิรภัยหุ้มส้น, รองเท้าหัวเหล็ก, รองเท้าหัวเหล็กนิรภัย, รองเท้าหนังเทียม, รองเท้าหนังเทียมสีดำ, รองเท้าพื้น PVC, รองเท้าทำงาน, รองเท้าช่าง, รองเท้าสำหรับโรงงาน, รองเท้าความปลอดภัย, รองเท้าเซฟตี้, Safety Shoes, Safety Boots, S-318FC, รองเท้านิรภัย S-318FC, อุปกรณ์เซฟตี้, อุปกรณ์ความปลอดภัย, รองเท้าสำหรับงานอุตสาหกรรม, รองเท้าคลังสินค้า

รองเท้านิรภัยหุ้มส้น หนังแท้อัดลาย พื้น NBR รุ่น S-011TN รองเท้านิรภัยสีดำดีไซน์เรียบ ทนทาน เหมาะสำหรับผู้ปฏิบัติงานในโรงงาน งานอุตสาหกรรม งานก่อสร้าง และงานที่ต้องเผชิญกับความร้อน น้ำมัน หรือสารเคมี

รองเท้านิรภัย, รองเท้าหัวเหล็ก, รองเท้าหุ้มส้น, รองเท้านิรภัยหนังแท้, รองเท้าหนังแท้, รองเท้าพื้น NBR, รองเท้ากันลื่น, รองเท้าทนน้ำมัน, รองเท้าทนความร้อน, รองเท้านิรภัยโรงงาน, รองเท้าสำหรับงานช่าง, รองเท้าสำหรับงานก่อสร้าง, รองเท้านิรภัยอุตสาหกรรม, รองเท้าทำงาน, S-011TN, รองเท้านิรภัย S-011TN, มอก.523-2564, Safety Shoes, Safety Boots รองเท้านิรภัยหุ้มส้น หนังแท้อัดลาย พื้น NBR รุ่น S-011TN รองเท้านิรภัยสีดำดีไซน์เรียบ ทนทาน เหมาะสำหรับผู้ปฏิบัติงานในโรงงาน งานอุตสาหกรรม งานก่อสร้าง และงานที่ต้องเผชิญกับความร้อน น้ำมัน หรือสารเคมี โดยผลิตจากหนังแท้อัดลาย พร้อมหัวเหล็กช่วยป้องกันแรงกระแทก และพื้นรองเท้า NBR ที่มีคุณสมบัติทนความร้อน ทนน้ำมัน และช่วยลดการลื่นไถล ให้ความมั่นใจในการสวมใส่และปฏิบัติงานในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย ราคา 620 บาท รุ่น :S-011TN(รหัสสินค้า :P06081)​ คุณสมบัติสินค้า -รุ่น: S-011TN -ประเภท: รองเท้านิรภัยหุ้มส้น แบบผูกเชือก -วัสดุส่วนบน: หนังแท้อัดลายสีดำ ความหนาประมาณ 1.8–2.0 มม. -หัวรองเท้า: หัวเหล็ก รองรับแรงกระแทกได้ 200 จูล ตามมาตรฐาน EN 12568 -พื้นรองเท้า: NBR (Nitrile Rubber) มีคุณสมบัติ ทนน้ำมัน สารเคมี และความร้อน พร้อมช่วยลดการลื่นไถล -ระบบการผลิตพื้น: แบบ Cemented (อัดประกอบด้วยความร้อน) -วัสดุซับใน: ผ้า Cambrelle สีดำ ช่วยรองรับการสวมใส่และทนต่อการเสียดสี -แผ่นรองพื้นด้านใน: วัสดุ EVA ช่วยเพิ่มความนุ่มและความสบายในการสวมใส่ -มาตรฐาน: มอก. 523-2564 รองเท้าหนังนิรภัย -สี: ดำ -ขนาด: EU 36–46 -เหมาะสำหรับ: งานโรงงาน งานอุตสาหกรรม งานก่อสร้าง และงานที่ต้องการการป้องกันเท้าจากแรงกระแทก น้ำมัน สารเคมี และความร้อน ดาวน์โหลดข้อมูลไฟล์ Datasheet แนะนำวิธีการใช้งาน 1.ตรวจสอบรองเท้าก่อนใช้งาน ตรวจสอบหนังรองเท้า พื้นรองเท้า หัวเหล็ก เชือก และตะเข็บให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่มีรอยฉีกขาดหรือชำรุด 2.เลือกขนาดให้เหมาะสม เลือกขนาดรองเท้าให้พอดีกับเท้า โดยควรมีพื้นที่บริเวณปลายเท้าเพียงพอ ไม่คับหรือหลวมจนเกินไป 3.สวมรองเท้าให้ถูกวิธี สวมเท้าเข้าไปจนสุด และผูกเชือกให้กระชับพอดี เพื่อป้องกันรองเท้าหลุดขณะเดินหรือปฏิบัติงาน 4.ใช้งานในพื้นที่ที่เหมาะสม เหมาะสำหรับงานโรงงาน งานอุตสาหกรรม งานก่อสร้าง งานช่าง และพื้นที่ที่มีความเสี่ยงจากการกระแทก น้ำมัน ความร้อน หรือสารเคมี 5.ทำความสะอาดหลังใช้งาน เช็ดทำความสะอาดสิ่งสกปรกและคราบต่าง ๆ หลังใช้งาน หากรองเท้าเปียกควรผึ่งให้แห้งในที่ร่มและมีอากาศถ่ายเท 6.ตรวจสอบสภาพเป็นประจำ หากพบหัวเหล็กเสียรูป พื้นรองเท้าสึกมาก แตก หรือมีความเสียหาย ควรหยุดใช้งานและเปลี่ยนรองเท้าใหม่เพื่อความปลอดภัย Diagram (แผนภาพการเชื่อมต่อ) ข้อดีของสินค้า -ผลิตจาก หนังแท้อัดลาย มีความแข็งแรง ทนทาน เหมาะสำหรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่สมบุกสมบัน -มาพร้อม หัวเหล็กนิรภัย ช่วยป้องกันนิ้วเท้าจากแรงกระแทกและวัตถุตกหล่น -พื้นรองเท้า NBR (Nitrile Rubber) มีคุณสมบัติทนน้ำมันและสารเคมีบางประเภท -พื้นรองเท้ามีคุณสมบัติ ทนความร้อน เหมาะสำหรับพื้นที่ทำงานที่มีความร้อน -พื้นรองเท้าช่วยเพิ่มการยึดเกาะกับพื้น ลดความเสี่ยงจากการลื่นไถล -มีแผ่นรองพื้น EVA ช่วยเพิ่มความนุ่มและความสบายขณะสวมใส่ -ดีไซน์แบบหุ้มส้นและผูกเชือก ช่วยให้กระชับเท้าและเหมาะกับการสวมใส่ทำงานเป็นเวลานาน ประโยชน์ในการใช้งาน -ช่วยป้องกันเท้าจาก แรงกระแทกและวัตถุตกใส่ -ช่วยลดความเสี่ยงจากการลื่นในพื้นที่ทำงานที่มีน้ำมันหรือสิ่งสกปรก -เหมาะสำหรับ โรงงาน งานอุตสาหกรรม งานก่อสร้าง งานช่าง และงานคลังสินค้า -ช่วยป้องกันเท้าจากความร้อนและสภาพแวดล้อมในการทำงานที่เหมาะสม -เพิ่มความมั่นใจและความปลอดภัยให้ผู้ปฏิบัติงานขณะเดินหรือทำงาน ข้อควรระวัง -ตรวจสอบสภาพรองเท้าก่อนใช้งานทุกครั้ง หากพบการชำรุด ควรเปลี่ยนใหม่ -ไม่ควรใช้งานหาก หัวเหล็ก พื้น NBR หรือส่วนประกอบอื่น ๆ เสียหายหรือผิดรูป -แม้พื้น NBR จะทนน้ำมันและสารเคมีบางประเภท แต่ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสสารเคมีที่มีฤทธิ์รุนแรงโดยตรง -ไม่ควรนำรองเท้าไปสัมผัสเปลวไฟหรือความร้อนสูงเกินกว่าขอบเขตการใช้งาน -หลังใช้งานควรทำความสะอาดและผึ่งให้แห้งในที่ร่ม หลีกเลี่ยงการตากแดดจัดหรือใช้ความร้อนสูงในการทำให้แห้ง -ควรเลือกขนาดรองเท้าให้พอดีกับเท้า และผูกเชือกให้กระชับก่อนปฏิบัติงาน -รองเท้านิรภัยควรใช้ร่วมกับมาตรการความปลอดภัยอื่น ๆ ตามลักษณะงานและข้อกำหนดของสถานที่ทำงาน อุปกรณ์ที่จะได้รับ 1) รองเท้านิรภัยหุ้มส้น หนังแท้อัดลาย พื้น NBR รุ่น S-011TN x 1 คู่ tags : รองเท้านิรภัย, รองเท้าหัวเหล็ก, รองเท้าหุ้มส้น, รองเท้านิรภัยหนังแท้, รองเท้าหนังแท้, รองเท้าพื้น NBR, รองเท้ากันลื่น, รองเท้าทนน้ำมัน, รองเท้าทนความร้อน, รองเท้านิรภัยโรงงาน, รองเท้าสำหรับงานช่าง, รองเท้าสำหรับงานก่อสร้าง, รองเท้านิรภัยอุตสาหกรรม, รองเท้าทำงาน, S-011TN, รองเท้านิรภัย S-011TN, มอก.523-2564, Safety Shoes, Safety Boots

รองเท้านิรภัยหุ้มส้น หนังแท้อัดลาย พื้น PVC รุ่น S-011TC เป็นรองเท้าเซฟตี้ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยปกป้องเท้าจากอันตรายในการทำงาน เหมาะสำหรับงานอุตสาหกรรม งานช่าง งานก่อสร้าง และงานทั่วไปที่ต้องการความปลอดภัยเป็นพิเศษ

รองเท้านิรภัย, รองเท้านิรภัยหุ้มส้น, รองเท้าเซฟตี้, Safety Shoes, รองเท้าหัวเหล็ก, รองเท้าหนังแท้, รองเท้านิรภัยหนังแท้, รองเท้าพื้น PVC, รองเท้าป้องกันแรงกระแทก, รองเท้าสำหรับโรงงาน, รองเท้าสำหรับงานก่อสร้าง, รองเท้าช่าง, รองเท้าคลังสินค้า, รองเท้าป้องกันการกดทับ, รองเท้ามาตรฐาน มอก., S-011TC, รองเท้านิรภัยสีดำ, อุปกรณ์ PPE, รองเท้าเซฟตี้หัวเหล็ก, รองเท้านิรภัยงานอุตสาหกรรม, รองเท้าป้องกันอุบัติเหตุ, รองเท้าทำงาน, รองเท้านิรภัยโรงงาน, รองเท้าหนังหุ้มส้น, รองเท้าความปลอดภัยสูง รองเท้านิรภัยหุ้มส้น หนังแท้อัดลาย พื้น PVC รุ่น S-011TC เป็นรองเท้าเซฟตี้ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยปกป้องเท้าจากอันตรายในการทำงาน เหมาะสำหรับงานอุตสาหกรรม งานช่าง งานก่อสร้าง และงานทั่วไปที่ต้องการความปลอดภัยเป็นพิเศษ ผลิตจากหนังแท้อัดลายสีดำ พร้อมหัวเหล็กที่รองรับแรงกระแทกได้สูงสุด 200 จูล และพื้นรองเท้า PVC ที่มีคุณสมบัติทนน้ำมัน สารเคมและความร้อน ช่วยให้ใช้งานได้อย่างมั่นใจในหลากหลายสภาพแวดล้อม ตัวรองเท้าเป็นแบบหุ้มส้น ผูกเชือก กระชับเท้า พร้อมผ้าซับใน EVA ช่วยเพิ่มความนุ่มและความสบายขณะสวมใส่ รองรับขนาด 36–46 EURO และผลิตตามมาตรฐาน มอก. 523-2564 ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับรองเท้าหนังนิรภัย ราคา 520 บาท รุ่น :S-011TC(รหัสสินค้า :P06080)​ คุณสมบัติสินค้า -รุ่น: S-011TC -ประเภท: รองเท้านิรภัยหุ้มส้น แบบผูกเชือก -วัสดุส่วนบน: หนังแท้อัดลาย สีดำ ให้ความแข็งแรงและดูแลรักษาง่าย -หัวรองเท้า: หัวเหล็ก ช่วยป้องกันแรงกระแทกบริเวณปลายเท้า รองรับแรงกระแทกได้สูงสุด 200 จูล -พื้นรองเท้า: PVC มีความทนทาน เหมาะสำหรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมการทำงานหลากหลาย -ระบบการผลิตพื้น: แบบ Cemented (ยึดพื้นด้วยความร้อน) -แผ่นรองพื้นภายใน: EVA ช่วยเพิ่มความนุ่มและความสบายขณะสวมใส่ -สี: ดำ -มาตรฐาน: ผลิตตามมาตรฐาน มอก. 523-2564 ตามข้อมูลสินค้าที่ระบุ -ขนาด: 36–46 EURO -เหมาะสำหรับ: งานก่อสร้าง งานช่าง งานโรงงาน คลังสินค้า และงานอุตสาหกรรมที่ต้องการรองเท้านิรภัย ดาวน์โหลดข้อมูลไฟล์ Datasheet แนะนำวิธีการใช้งาน 1.เลือกขนาดรองเท้าให้เหมาะสม เลือกไซซ์ให้พอดีกับเท้า ไม่คับหรือหลวมเกินไป เพื่อความสบายและความปลอดภัยในการทำงาน 2.สวมใส่ให้ถูกต้อง สวมเท้าเข้าไปในรองเท้า โดยจัดส้นเท้าให้เข้าที่ จากนั้นผูกเชือกให้กระชับพอดี เพื่อป้องกันรองเท้าหลุดขณะเดินหรือทำงาน 3.ตรวจสอบก่อนใช้งาน ตรวจดูสภาพหนังรองเท้า หัวเหล็ก พื้น PVC เชือก และรอยต่อว่าปกติดี ไม่มีการฉีกขาดหรือชำรุด 4.ใช้งานในพื้นที่ที่เหมาะสม เหมาะสำหรับงานช่าง งานโรงงาน งานก่อสร้าง คลังสินค้า และพื้นที่ทำงานที่มีความเสี่ยงต่อการกระแทกบริเวณเท้า 5.ทำความสะอาดหลังใช้งาน เช็ดฝุ่นและสิ่งสกปรกออกด้วยผ้าหมาด แล้วผึ่งให้แห้งในที่ร่มและอากาศถ่ายเท หลีกเลี่ยงการตากแดดจัดหรือใช้ความร้อนสูง 6.ตรวจสอบสภาพเป็นประจำ หากพบพื้นรองเท้าสึกมาก หนังฉีกขาด หัวเหล็กเสียหาย หรือส่วนประกอบต่าง ๆ ชำรุด ควรเปลี่ยนรองเท้าคู่ใหม่เพื่อความปลอดภัย Diagram (แผนภาพการเชื่อมต่อ) ข้อดีของสินค้า -หัวเหล็กช่วยป้องกันนิ้วเท้าจากแรงกระแทกและการกดทับ -ผลิตจาก หนังแท้อัดลาย แข็งแรง ทนทาน และเหมาะกับการใช้งานในสภาพแวดล้อมการทำงาน -พื้น PVC มีความทนทานต่อการใช้งานและช่วยเพิ่มความมั่นคงขณะเดิน -แผ่นรองพื้น EVA ช่วยเพิ่มความนุ่มและความสบายในการสวมใส่ -ดีไซน์แบบหุ้มส้นและผูกเชือก ช่วยให้รองเท้ากระชับกับเท้า -รูปทรงเรียบง่าย สีดำ เหมาะสำหรับการใช้งานทั้งในโรงงานและหน้างาน ประโยชน์ในการใช้งาน -เหมาะสำหรับงานก่อสร้าง งานช่าง และงานซ่อมบำรุง -เหมาะสำหรับโรงงาน คลังสินค้า และพื้นที่ปฏิบัติงานที่มีความเสี่ยงต่อการกระแทกเท้า -ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการทำงานในพื้นที่ที่ต้องใช้อุปกรณ์ป้องกันเท้า -ช่วยลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บบริเวณปลายเท้าจากวัสดุหรืออุปกรณ์ที่ตกหล่น -สามารถใช้เป็นรองเท้านิรภัยสำหรับงานประจำวันได้อย่างสะดวก ข้อควรระวัง -ควรเลือกขนาดรองเท้าให้พอดีกับเท้า ไม่คับหรือหลวมเกินไป -ตรวจสอบรองเท้าก่อนใช้งานทุกครั้ง หากพบหนังฉีกขาด พื้นรองเท้าชำรุด หรือหัวเหล็กเสียหาย ควรหยุดใช้งาน -ไม่ควรใช้รองเท้าแทนอุปกรณ์ป้องกันชนิดอื่นที่จำเป็นสำหรับงานเฉพาะด้าน -หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารเคมีหรือของเหลวที่อาจทำลายวัสดุรองเท้าเป็นเวลานาน -ไม่ควรตากรองเท้าด้วยความร้อนสูงหรือเปลวไฟ เพราะอาจทำให้หนังและพื้นรองเท้าเสื่อมสภาพ -หลังใช้งานควรทำความสะอาดและผึ่งให้แห้งในที่ร่มและอากาศถ่ายเท เพื่อยืดอายุการใช้งาน อุปกรณ์ที่จะได้รับ 1) รองเท้านิรภัยหุ้มส้น หนังแท้อัดลาย พื้น PVC รุ่น S-011TC x 1 คู่ tags : รองเท้านิรภัย, รองเท้านิรภัยหุ้มส้น, รองเท้าเซฟตี้, Safety Shoes, รองเท้าหัวเหล็ก, รองเท้าหนังแท้, รองเท้านิรภัยหนังแท้, รองเท้าพื้น PVC, รองเท้าป้องกันแรงกระแทก, รองเท้าสำหรับโรงงาน, รองเท้าสำหรับงานก่อสร้าง, รองเท้าช่าง, รองเท้าคลังสินค้า, รองเท้าป้องกันการกดทับ, รองเท้ามาตรฐาน มอก., S-011TC, รองเท้านิรภัยสีดำ, อุปกรณ์ PPE, รองเท้าเซฟตี้หัวเหล็ก, รองเท้านิรภัยงานอุตสาหกรรม, รองเท้าป้องกันอุบัติเหตุ, รองเท้าทำงาน, รองเท้านิรภัยโรงงาน, รองเท้าหนังหุ้มส้น, รองเท้าความปลอดภัยสูง

สายไฟ VCT 2X2.5 SQ.MM. 100เมตร สีดำ ยี่ห้อ WABARI(วาบาริ) เป็นสายไฟฟ้าชนิด VCT ที่ออกแบบสำหรับงานเดินสายไฟและจ่ายไฟฟ้าทั่วไป ตัวสายมีความยืดหยุ่น สามารถดัดโค้งและติดตั้งได้สะดวก

VCT,สายไฟVCT,สายไฟ,สายไฟฟ้า,สายไฟ2แกน,สายไฟ2x2.5,สายไฟ2.5SQMM,สายไฟ100เมตร,สายไฟสีดำ,WABARI,วาบาริ,สายไฟทองแดง,สายไฟฟ้าแรงดัน300V,สายไฟฟ้าแรงดัน500V,สายไฟงานช่าง,สายไฟงานอุตสาหกรรม,สายไฟเครื่องจักร,สายไฟอุปกรณ์ไฟฟ้า,สายไฟเดินระบบ,อุปกรณ์ไฟฟ้า,วัสดุไฟฟ้า,อุปกรณ์งานไฟฟ้า สายไฟ VCT 2X2.5 SQ.MM. 100เมตร สีดำ ยี่ห้อ WABARI(วาบาริ) เป็นสายไฟฟ้าชนิด VCT ที่ออกแบบสำหรับงานเดินสายไฟและจ่ายไฟฟ้าทั่วไป ตัวสายมีความยืดหยุ่น สามารถดัดโค้งและติดตั้งได้สะดวก เหมาะสำหรับใช้งานกับอุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องจักร และงานติดตั้งระบบไฟฟ้าที่ต้องการสายไฟคุณภาพดีและใช้งานได้อย่างคล่องตัว ด้วยขนาดสาย 2 แกน พื้นที่หน้าตัด 2.5 ตารางมิลลิเมตร และความยาว 100 เมตร จึงเหมาะสำหรับงานติดตั้งที่ต้องใช้สายไฟในปริมาณมาก ช่วยลดความยุ่งยากในการต่อสายหลายช่วง พร้อมตอบโจทย์ทั้งงานช่าง งานติดตั้งภายในอาคาร และงานระบบไฟฟ้าทั่วไป ราคา 2,790 บาท รุ่น :VCT-2x2.5-100M-W(รหัสสินค้า :P06079)​ คุณสมบัติสินค้า -แบรนด์: WABARI (วาบาริ) -ประเภทสาย: สายไฟ VCT -จำนวนแกน: 2 แกน (2C) -ขนาดตัวนำ: 2.5 ตารางมิลลิเมตร -ความยาว: 100 เมตร -สี: ดำ -ตัวนำ: ทองแดง -แรงดันไฟฟ้าที่รองรับ: 300/500V -ฉนวน: PVC ช่วยป้องกันการสัมผัสตัวนำและเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน -มีความยืดหยุ่น: สามารถดัดโค้งและจัดวางได้ง่าย เหมาะกับงานติดตั้งที่ต้องเดินสายตามแนวต่าง ๆ -เหมาะสำหรับ: งานเดินสายไฟฟ้าทั่วไป งานเครื่องจักร อุปกรณ์ไฟฟ้า และงานติดตั้งระบบไฟฟ้าภายในอาคาร -มาตรฐาน: มีเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ตามที่ระบุบนฉลากสินค้า ดาวน์โหลดข้อมูลไฟล์ Datasheet แนะนำวิธีการใช้งาน 1.ตรวจสอบสายไฟก่อนใช้งาน ตรวจสอบฉนวนและตัวนำว่าไม่มีรอยแตก ฉีกขาด หรือชำรุด 2.วัดและตัดสายไฟ ให้ได้ความยาวตามระยะติดตั้ง โดยเผื่อความยาวสำหรับการเข้าหัวหรือเชื่อมต่อ 3.ปอกฉนวนอย่างระมัดระวัง ใช้อุปกรณ์ปอกสายไฟที่เหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้แกนทองแดงภายในเสียหาย 4.ต่อสายเข้ากับอุปกรณ์ เชื่อมต่อสายทั้ง 2 แกนเข้ากับขั้วไฟหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าให้แน่นหนา และตรวจสอบขั้วต่อให้ถูกต้อง 5.จัดแนวและยึดสาย เดินสายให้เป็นระเบียบ หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีความร้อนสูง ของมีคม หรือจุดที่อาจถูกกดทับ 6.ตรวจสอบการติดตั้ง หลังติดตั้งควรตรวจสอบจุดเชื่อมต่อและฉนวนอีกครั้งก่อนจ่ายไฟ 7.ใช้งานให้เหมาะสมกับพิกัดสาย ควรเลือกใช้งานภายใต้แรงดันและกระแสที่เหมาะสมกับขนาดสาย และตามข้อกำหนดของระบบไฟฟ้า 8.งานติดตั้งระบบไฟฟ้าควรให้ช่างผู้ชำนาญดำเนินการ โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้าแรงดันสูงหรือระบบไฟฟ้าถาวร เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน Diagram (แผนภาพการเชื่อมต่อ) ข้อดี -มีความยืดหยุ่นสูง ดัดโค้งและจัดแนวสายได้ง่าย เหมาะกับพื้นที่ติดตั้งหลากหลายรูปแบบ -ตัวนำทองแดงนำไฟฟ้าได้ดี ช่วยให้การจ่ายไฟมีประสิทธิภาพ -ขนาด 2 x 2.5 SQ.MM. เหมาะสำหรับงานไฟฟ้าทั่วไปที่ต้องการสายไฟ 2 แกน -ความยาว 100 เมตร เหมาะกับงานติดตั้งระยะยาว ลดความจำเป็นในการต่อสายหลายจุด -ฉนวน PVC ช่วยป้องกันตัวนำไฟฟ้าและเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน -ใช้งานได้หลากหลาย เหมาะสำหรับงานเดินสายไฟ อุปกรณ์ไฟฟ้า และเครื่องจักรตามพิกัดที่กำหนด ประโยชน์ในการใช้งาน -ใช้สำหรับ เดินสายไฟและจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้า -เหมาะสำหรับ งานติดตั้งระบบไฟฟ้าภายในอาคารและงานช่างทั่วไป -สามารถนำไปใช้กับ เครื่องจักรหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่ต้องการสายชนิด VCT -เหมาะสำหรับงานที่ต้องการ สายไฟที่สามารถดัดและเคลื่อนย้ายได้สะดวก -ความยาว 100 เมตรช่วยรองรับงานติดตั้งที่มีระยะค่อนข้างไกล ข้อควรระวัง -ต้องตัดกระแสไฟก่อนติดตั้งหรือซ่อมแซม เพื่อป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าดูด -ห้ามใช้งานหากพบว่า ฉนวนสายไฟฉีกขาด แตก หรือมีรอยชำรุด -ไม่ควรเดินสายผ่านบริเวณที่มี ความร้อนสูง ของมีคม หรือแรงกดทับ โดยไม่มีการป้องกันที่เหมาะสม -ห้ามใช้งานเกิน พิกัดแรงดันและกระแสที่สายรองรับ -การต่อสายควรทำให้แน่นหนาและมีฉนวนป้องกันบริเวณจุดเชื่อมต่ออย่างเหมาะสม -ไม่ควรดัด งอ หรือดึงสายอย่างรุนแรงจนทำให้โครงสร้างภายในเสียหาย -งานติดตั้งระบบไฟฟ้าควรดำเนินการโดย ช่างไฟฟ้าหรือผู้มีความรู้ความชำนาญ เพื่อความปลอดภัย อุปกรณ์ที่จะได้รับ 1) สายไฟ VCT 2 x 2.5 SQ.MM. สีดำ x1 tags : VCT,สายไฟVCT,สายไฟ,สายไฟฟ้า,สายไฟ2แกน,สายไฟ2x2.5,สายไฟ2.5SQMM,สายไฟ100เมตร,สายไฟสีดำ,WABARI,วาบาริ,สายไฟทองแดง,สายไฟฟ้าแรงดัน300V,สายไฟฟ้าแรงดัน500V,สายไฟงานช่าง,สายไฟงานอุตสาหกรรม,สายไฟเครื่องจักร,สายไฟอุปกรณ์ไฟฟ้า,สายไฟเดินระบบ,อุปกรณ์ไฟฟ้า,วัสดุไฟฟ้า,อุปกรณ์งานไฟฟ้า

สายไฟ VCT 3X2.5 SQ.MM. 100เมตร สีดำ ยี่ห้อ WABARI(วาบาริ) เป็นสายไฟฟ้าชนิดกลมแบบอ่อนที่ออกแบบมาเพื่อรองรับงานระบบไฟฟ้าที่ต้องการความยืดหยุ่นในการติดตั้ง โดยมีตัวนำทองแดงฝอยจำนวน 3 แกน ขนาด 2.5 ตารางมิลลิเมตร

สายไฟ VCT, สายไฟ VCT 3x2.5, สายไฟ 3 แกน, สายไฟ 2.5 SQ.MM., สายไฟ 100 เมตร, สายไฟสีดำ, สายไฟ WABARI, WABARI, วาบาริ, สายไฟฟ้า, สายไฟทองแดง, สายไฟ PVC, สายไฟสำหรับเครื่องจักร, สายไฟมอเตอร์, สายไฟปั๊มน้ำ, สายไฟงานไฟฟ้า, สายไฟอุตสาหกรรม, สายไฟยืดหยุ่น, สายไฟแรงดัน 300/500V, อุปกรณ์ไฟฟ้า สายไฟ VCT 3X2.5 SQ.MM. 100เมตร สีดำ ยี่ห้อ WABARI(วาบาริ) เป็นสายไฟฟ้าชนิดกลมแบบอ่อนที่ออกแบบมาเพื่อรองรับงานระบบไฟฟ้าที่ต้องการความยืดหยุ่นในการติดตั้ง โดยมีตัวนำทองแดงฝอยจำนวน 3 แกน ขนาด 2.5 ตารางมิลลิเมตร ช่วยให้สายสามารถโค้งงอและเคลื่อนย้ายได้สะดวก เหมาะสำหรับงานไฟฟ้าทั่วไป งานเครื่องจักร มอเตอร์ ปั๊มน้ำ และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีการสั่นสะเทือนหรือจำเป็นต้องขยับสายอยู่เป็นประจำ เหมาะสำหรับงานติดตั้งทั้งภายในอาคาร โรงงาน และงานระบบไฟฟ้าที่ต้องการสายไฟที่มีความอ่อนตัวและใช้งานได้อย่างคล่องตัว ราคา 3,990 บาท รุ่น :VCT-3x2.5-100M-W(รหัสสินค้า :P06078)​ คุณสมบัติสินค้า -แบรนด์: WABARI (วาบาริ) -ประเภทสาย: สายไฟ VCT ชนิดกลม -จำนวนแกน: 3 แกน -ขนาดตัวนำ: 2.5 SQ.MM. ต่อแกน -ความยาว: 100 เมตร/ม้วน -สี: ดำ -ตัวนำ: ทองแดงฝอย ช่วยให้สายมีความยืดหยุ่นและโค้งงอได้ง่าย -ฉนวน: PVC ช่วยป้องกันตัวนำไฟฟ้าและเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน -แรงดันไฟฟ้าที่ระบุบนฉลาก: 300/500V -อุณหภูมิใช้งานที่ระบุ: 70°C -เหมาะสำหรับ: งานระบบไฟฟ้าทั่วไป งานเครื่องจักร มอเตอร์ ปั๊มน้ำ และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ต้องการสายที่มีความยืดหยุ่น -มาตรฐาน: มีเครื่องหมายมาตรฐาน มอก. ตามที่ระบุบนฉลากสินค้า -ลักษณะสินค้า: จำหน่ายเป็นม้วน ความยาว 100 เมตร พร้อมใช้งานสำหรับงานติดตั้งระบบไฟฟ้า ดาวน์โหลดข้อมูลไฟล์ Datasheet แนะนำวิธีการใช้งาน 1.วางแผนเส้นทางสายไฟ กำหนดจุดเริ่มต้นและจุดปลายทางก่อนติดตั้ง เพื่อคำนวณความยาวสายที่ต้องใช้ 2.ตัดสายไฟตามความยาวที่ต้องการ จากม้วน 100 เมตร โดยเผื่อระยะสำหรับการเข้าหัวสายและการเชื่อมต่อ 3.ปอกฉนวนอย่างระมัดระวัง ใช้คีมปอกสายไฟที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้เส้นทองแดงภายในเสียหาย 4.ต่อสายเข้ากับอุปกรณ์ไฟฟ้า โดยเลือกขั้วต่อ หางปลา หรืออุปกรณ์เข้าหัวสายให้เหมาะกับขนาด 2.5 SQ.MM. 5.ตรวจสอบการต่อสาย ให้ถูกต้องตามขั้วไฟฟ้าและตรวจสอบจุดเชื่อมต่อให้แน่นหนา ป้องกันการเกิดความร้อนหรือประกายไฟ 6.จัดเก็บและเดินสายให้เหมาะสม หลีกเลี่ยงการพับหรือหักสายเป็นมุมแคบ รวมถึงบริเวณที่มีความร้อนสูง ของมีคม หรือแรงกดทับ 7.ทดสอบระบบก่อนใช้งานจริง ตรวจสอบความต่อเนื่องของสายและระบบไฟฟ้าให้เรียบร้อยก่อนจ่ายไฟ 8.ติดตั้งโดยช่างไฟฟ้าหรือผู้มีความรู้ โดยเฉพาะงานไฟฟ้าที่มีแรงดันสูงหรือระบบที่ต้องใช้มาตรฐานความปลอดภัยเฉพาะทาง Diagram (แผนภาพการเชื่อมต่อ) ข้อดี -สายมีความยืดหยุ่นสูง ด้วยตัวนำทองแดงฝอย สามารถโค้งงอและจัดสายได้สะดวก -รองรับงานไฟฟ้าหลากหลายประเภท ด้วยขนาดสาย 3 × 2.5 SQ.MM. -เปลือกหุ้ม PVC สีดำ ช่วยป้องกันตัวนำภายในจากการสัมผัสและการใช้งานทั่วไป -ความยาว 100 เมตร/ม้วน เหมาะสำหรับงานติดตั้งที่ต้องใช้สายต่อเนื่องในระยะค่อนข้างมาก -รองรับแรงดัน 300/500V ตามข้อมูลที่ระบุบนฉลากสินค้า -เหมาะกับงานที่มีการเคลื่อนย้ายหรือสั่นสะเทือน เช่น เครื่องจักรและอุปกรณ์ไฟฟ้า ประโยชน์ในการใช้งาน -ใช้สำหรับ เดินระบบไฟฟ้าภายในอาคารและงานติดตั้งทั่วไป -เหมาะสำหรับ ต่อเครื่องจักร มอเตอร์ ปั๊มน้ำ และอุปกรณ์ไฟฟ้า -ใช้ในงานที่ต้องการ สายไฟที่สามารถโค้งงอและจัดแนวได้ง่าย -เหมาะสำหรับงานติดตั้งใน โรงงาน อาคาร ร้านค้า และพื้นที่ปฏิบัติงานต่าง ๆ -ความยาว 100 เมตรช่วยลดความจำเป็นในการต่อสายหลายช่วง และช่วยให้วางแผนงานติดตั้งได้สะดวก ข้อควรระวัง -ควรเลือกใช้งานให้เหมาะสมกับ แรงดันไฟฟ้า กระแสไฟฟ้า และลักษณะโหลด ของอุปกรณ์ -ตัดไฟก่อนติดตั้งหรือซ่อมบำรุง ทุกครั้ง เพื่อป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าช็อต -หลีกเลี่ยงการติดตั้งในบริเวณที่มี ความร้อนสูง สารเคมี ของมีคม หรือแรงกดทับ หากสายไม่ได้ถูกออกแบบสำหรับสภาพแวดล้อมดังกล่าว -ไม่ควร ดัด งอ หรือบิดสายอย่างรุนแรง จนทำให้ฉนวนหรือโครงสร้างภายในเสียหาย -จุดต่อสายและขั้วต่อควร แน่นหนาและมีฉนวนป้องกันอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันความร้อนสะสมและไฟฟ้าลัดวงจร -ควรติดตั้งโดย ช่างไฟฟ้าหรือผู้มีความรู้ด้านระบบไฟฟ้า เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน -ก่อนใช้งานควรตรวจสอบสายว่า ฉนวนไม่มีรอยแตก ฉีกขาด หรือความเสียหาย จากการขนส่งและการจัดเก็บ อุปกรณ์ที่จะได้รับ 1) สายไฟ VCT WABARI ขนาด 3 × 2.5 SQ.MM. x1 tags : สายไฟ VCT, สายไฟ VCT 3x2.5, สายไฟ 3 แกน, สายไฟ 2.5 SQ.MM., สายไฟ 100 เมตร, สายไฟสีดำ, สายไฟ WABARI, WABARI, วาบาริ, สายไฟฟ้า, สายไฟทองแดง, สายไฟ PVC, สายไฟสำหรับเครื่องจักร, สายไฟมอเตอร์, สายไฟปั๊มน้ำ, สายไฟงานไฟฟ้า, สายไฟอุตสาหกรรม, สายไฟยืดหยุ่น, สายไฟแรงดัน 300/500V, อุปกรณ์ไฟฟ้า

เครื่องระบุสายไฟเบอร์ออปติก Optical Cable Identifier (OCID) 40KM พร้อม OTDR 1310/1550nm Dynamic Range 32/30dB ระยะทดสอบสูงสุด 180KM และ VFL รุ่น PRK200-40A

เครื่องระบุสายไฟเบอร์ออปติก, Optical Cable Identifier, OCID, OTDR, OTDR 40KM, OTDR 180KM, PRK200-40A, Fiber Optic, Fiber Optic Tester, Fiber Optic Test, Fiber Tester, เครื่องทดสอบไฟเบอร์, เครื่องเทสไฟเบอร์, เครื่องมือไฟเบอร์, งานติดตั้ง Fiber, งานบำรุงรักษา Fiber, ตรวจสอบสาย Fiber, ทดสอบสาย Fiber, FTTx, 1310nm, 1550nm, VFL, Fiber Optic Network, Optical Fiber, Fiber Optic Tool เครื่องระบุสายไฟเบอร์ออปติก Optical Cable Identifier (OCID) 40KM พร้อม OTDR 1310/1550nm Dynamic Range 32/30dB ระยะทดสอบสูงสุด 180KM และ VFL รุ่น PRK200-40A เป็นเครื่องมือสำหรับงานตรวจสอบและบำรุงรักษาโครงข่ายไฟเบอร์ออปติกที่รวมความสามารถของ OCID และ OTDR ไว้ในเครื่องเดียว ช่วยให้สามารถระบุสายไฟเบอร์ที่ต้องการได้อย่างรวดเร็วแบบไม่ทำลายสาย พร้อมตรวจสอบคุณภาพและค้นหาจุดผิดปกติของสายด้วย OTDR รองรับการทดสอบ 2 ความยาวคลื่น 1310/1550nm และมีระยะการทดสอบสูงสุดถึง 180KM จึงเหมาะสำหรับงานติดตั้ง ตรวจรับระบบ ตรวจสอบสาย และงานบำรุงรักษาโครงข่ายไฟเบอร์ออปติก ตัวเครื่องมาพร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 5.6 นิ้ว แบตเตอรี่ลิเธียม 7.4V 8Ah ใช้งานต่อเนื่องได้ไม่น้อยกว่า 8 ชั่วโมง และรองรับการจัดเก็บผลการทดสอบผ่าน SD Card ได้มากกว่า 10,000 Trace ช่วยลดจำนวนอุปกรณ์ที่ต้องพกพาและเพิ่มความสะดวกในการทำงานภาคสนาม ราคา 52,000 บาท รุ่น :PRK200-40A(รหัสสินค้า :P06050)​ คุณสมบัติสินค้า -หน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ 5.6 นิ้ว -แบตเตอรี่ลิเธียม 7.4V 8Ah -ใช้งานต่อเนื่องได้ ไม่น้อยกว่า 8 ชั่วโมง -น้ำหนักประมาณ 1.5 กก. รวมแบตเตอรี่ -ขนาดตัวเครื่อง 65 × 150 × 235 มม. -ช่วงอุณหภูมิใช้งาน 0–45°C -ใช้แหล่งจ่ายไฟ DC 12V/3A   คุณสมบัติด้าน OCID -ระบุสายไฟเบอร์ออปติกได้ในระยะไกล สูงสุด 40KM -รองรับการตรวจสอบสภาพสายที่หลากหลาย รวมถึงกรณีปลายสายเป็น APC หรือกรณีสายขาด -ตรวจสอบสายแบบ ไม่ทำลายสาย (Non-Destructive Testing) -สามารถระบุสายได้รวดเร็วและมีความแม่นยำสูง -รองรับการค้นหาและระบุตำแหน่งสายเป้าหมายแบบ อัตโนมัติหรือด้วยตนเอง -ใช้สัญญาณเสียงและภาพช่วยในการระบุสายไฟเบอร์ที่ต้องการ   คุณสมบัติด้าน OTDR -รองรับการทดสอบแบบ Dual Wavelength 1310/1550nm -Dynamic Range สูงสุด 32/30dB -รองรับระยะการทดสอบ 0.3–180KM -รองรับการทดสอบสายแบบ Single-Fiber -เหมาะสำหรับงานทดสอบระบบ FTTx -ปรับ Pulse Width ได้ตั้งแต่ 5–20,480ns -Sampling Resolution 0.125–8m -Loss Resolution 0.001dB -Event Blind Zone เพียง 2.5m -Attenuation Blind Zone 15m -รองรับหัวต่อแบบ FC/UPC -จัดเก็บ Trace ผ่าน SD Card 8GB ได้มากกว่า 10,000 รายการ   ดาวน์โหลดข้อมูลไฟล์ Datasheet   แนะนำวิธีการใช้งาน 1. เตรียมเครื่องและสายไฟเบอร์ ตรวจสอบตัวเครื่อง แบตเตอรี่ และหัวต่อไฟเบอร์ให้พร้อมใช้งาน เปิดเครื่องและเข้าสู่หน้าจอสัมผัสขนาด 5.6 นิ้ว เลือกโหมดการทำงานให้ตรงกับลักษณะงาน ได้แก่ OCID หรือ OTDR ตรวจสอบให้แน่ใจว่าหัวต่อและพอร์ตไฟเบอร์สะอาดก่อนเชื่อมต่อ 2. การระบุสายด้วย OCID เชื่อมต่อสายไฟเบอร์ที่ต้องการตรวจสอบเข้ากับพอร์ตสำหรับฟังก์ชัน OCID เลือกโหมด OCID / Optical Cable Census เริ่มการตรวจสอบเพื่อค้นหาสายเป้าหมาย สามารถใช้การระบุสายแบบ อัตโนมัติหรือด้วยตนเอง โดยอาศัยสัญญาณเสียงและภาพจากเครื่อง ฟังก์ชัน OCID รองรับการระบุสายระยะไกลสูงสุด 40KM และสามารถทำงานในสภาพสายที่ปลายเป็น APC หรือกรณีสายขาดได้ 3. การตรวจสอบสายด้วย OTDR เชื่อมต่อสายไฟเบอร์เข้ากับพอร์ต FC/UPC ของ OTDR เลือกความยาวคลื่นที่ต้องการทดสอบ 1310nm หรือ 1550nm กำหนดระยะทดสอบและ Pulse Width ให้เหมาะสมกับความยาวของสาย เริ่มการทดสอบเพื่อวิเคราะห์ลักษณะของสายไฟเบอร์และจุดผิดปกติ OTDR รองรับระยะการวัดตั้งแต่ 0.3–180KM และ Dynamic Range 32/30dB ตามรุ่นและความยาวคลื่นที่กำหนด 4. ตรวจสอบและบันทึกผล ดูผลการทดสอบและ Trace ผ่านหน้าจอสัมผัส ตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับระยะทาง การสูญเสีย และเหตุการณ์บนเส้นใย บันทึก Trace ลงใน SD Card 8GB ซึ่งรองรับการจัดเก็บมากกว่า 10,000 รายการ 5. การใช้ VFL ใช้ฟังก์ชัน VFL (Visual Fault Locator) สำหรับช่วยตรวจสอบและค้นหาความผิดปกติของสายไฟเบอร์ด้วยแสงเลเซอร์ที่มองเห็นได้ เหมาะสำหรับการตรวจสอบสายเบื้องต้นและช่วยระบุตำแหน่งปัญหาในช่วงใกล้ เอกสารที่แนบมาไม่ได้ระบุรายละเอียดทางเทคนิคของ VFL เช่น กำลังแสงหรือระยะตรวจสอบ จึงไม่ควรระบุค่าดังกล่าวเพิ่มเติม 6. หลังใช้งาน หยุดการทดสอบและถอดสายไฟเบอร์ออกอย่างระมัดระวัง ปิดฝาป้องกันพอร์ตและทำความสะอาดหัวต่อก่อนจัดเก็บ สำรองข้อมูล Trace ที่สำคัญจาก SD Card ตามความเหมาะสม จัดเก็บเครื่องในกระเป๋าหรือพื้นที่ที่เหมาะสมเพื่อป้องกันความเสียหาย   Diagram (แผนภาพการเชื่อมต่อ)   ข้อดี -รวม OCID และ OTDR ในเครื่องเดียว ช่วยลดจำนวนอุปกรณ์ที่ต้องพกพาสำหรับงานตรวจสอบและบำรุงรักษาเครือข่ายไฟเบอร์ -ระบุสายได้รวดเร็วและแม่นยำ พร้อมรองรับการตรวจสอบแบบไม่ทำลายสาย (Non-Destructive Testing) -รองรับระยะ OCID สูงสุด 40KM เหมาะกับงานตรวจสอบสายไฟเบอร์ในระยะไกล -OTDR รองรับ 2 ความยาวคลื่น 1310/1550nm และ Dynamic Range 32/30dB -รองรับระยะทดสอบ OTDR สูงสุด 180KM เหมาะสำหรับงานตรวจสอบโครงข่ายไฟเบอร์ระยะไกล -จัดเก็บผลการทดสอบได้จำนวนมาก ผ่าน SD Card 8GB รองรับมากกว่า 10,000 Trace -แบตเตอรี่ใช้งานต่อเนื่อง ≥8 ชั่วโมง ช่วยให้เหมาะกับการทำงานภาคสนาม   ประโยชน์ในการใช้งาน -ใช้สำหรับ ระบุสายไฟเบอร์ออปติกที่ต้องการ ในกรณีที่มีสายจำนวนมากในพื้นที่เดียวกัน -ใช้สำหรับ ตรวจสอบคุณภาพและวิเคราะห์ปัญหาของสายไฟเบอร์ เช่น การสูญเสียหรือเหตุการณ์ผิดปกติบนเส้นใย -เหมาะสำหรับงาน ติดตั้ง ตรวจรับระบบ ตรวจสอบ และบำรุงรักษา เครือข่ายไฟเบอร์ออปติก -ช่วยให้ช่างสามารถทำงานตรวจสอบสายและจัดการปัญหาได้สะดวกขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องพกเครื่องมือหลายชนิด -เหมาะสำหรับงาน FTTx และงานตรวจสอบโครงข่ายไฟเบอร์ระยะไกล   ข้อควรระวัง -ตรวจสอบและทำความสะอาด หัวต่อไฟเบอร์และพอร์ต Optical Connector ก่อนใช้งาน เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกส่งผลต่อการวัด -ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเลือก 1310nm หรือ 1550nm และตั้งค่าระยะทดสอบให้เหมาะสมกับสายที่ต้องการตรวจสอบ -ห้ามมองเข้าไปในพอร์ตหรือปลายสายไฟเบอร์โดยตรงขณะอุปกรณ์กำลังทำงาน โดยเฉพาะเมื่อมีแหล่งกำเนิดแสงจากระบบเชื่อมต่ออยู่ -ระมัดระวังหัวต่อ FC/APC และ FC/UPC ไม่ให้เกิดการกระแทกหรือปนเปื้อน -ไม่ควรดัด งอ หรือดึงสายไฟเบอร์แรงเกินไปขณะทดสอบ -หลีกเลี่ยงการใช้งานนอกช่วงอุณหภูมิที่ระบุในเอกสาร คือ 0–45°C -หลังใช้งานควรปิดฝาป้องกันพอร์ตและจัดเก็บเครื่องในที่เหมาะสม เพื่อป้องกันฝุ่น ความชื้น และความเสียหาย -สำหรับฟังก์ชัน VFL เอกสารที่แนบมาไม่ได้ระบุรายละเอียดทางเทคนิค จึงควรปฏิบัติตามคู่มือของผู้ผลิตเกี่ยวกับการใช้งาน VFL โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยของแสงเลเซอร์   อุปกรณ์ที่จะได้รับ 1) เครื่อง TRK200 พร้อมแบตเตอรี่ x1 2) อะแดปเตอร์ AC/DC (12V/3A) x1 3) สาย Patch Cord FC/APC-SC/APC ความยาว 3 เมตร x1 4) หูฟังสำหรับรับฟังเสียงเคาะ (Knocking Sound) x1 5) อุปกรณ์เคาะ (แท่งเคาะ/Percussion Rod) x1 6) อะแดปเตอร์ FC/FC x1 7) Connector for OTDR x2 8)  Micro SD Card 16GB x1 9) SD Card Reader x1 10) กระเป๋านุ่มพร้อมสายสะพาย x1 11) คู่มือการใช้งานและใบรับรองการสอบเทียบ x1   tags : เครื่องระบุสายไฟเบอร์ออปติก, Optical Cable Identifier, OCID, OTDR, OTDR 40KM, OTDR 180KM, PRK200-40A, Fiber Optic, Fiber Optic Tester, Fiber Optic Test, Fiber Tester, เครื่องทดสอบไฟเบอร์, เครื่องเทสไฟเบอร์, เครื่องมือไฟเบอร์, งานติดตั้ง Fiber, งานบำรุงรักษา Fiber, ตรวจสอบสาย Fiber, ทดสอบสาย Fiber, FTTx, 1310nm, 1550nm, VFL, Fiber Optic Network, Optical Fiber, Fiber Optic Tool

เครื่องระบุสายไฟเบอร์ออปติก Optical Cable Identifier (OCID) 40KM ไม่ต้องใช้ Reflector Box รุ่น PK200-40N เครื่องมือสำหรับตรวจสอบและระบุสายไฟเบอร์ออปติกที่ต้องการในระบบ โดยอาศัยการตรวจจับแรงสั่นสะเทือนทางกลของสายไฟเบอร์

Optical Cable Identifier, OCID, เครื่องระบุสายไฟเบอร์ออปติก, เครื่องค้นหาสายไฟเบอร์, เครื่องระบุสาย Fiber Optic, เครื่องตรวจสอบสายไฟเบอร์, Optical Cable Identifier 40KM, OCID 40KM, PK200-40N, เครื่องทดสอบไฟเบอร์ออปติก, Fiber Optic Tester, Fiber Optic Cable Locator, Fiber Cable Identifier, เครื่องมือช่างไฟเบอร์, อุปกรณ์ทดสอบไฟเบอร์, เครื่องมือ Fiber Optic, ตรวจสอบสาย Fiber Optic, ค้นหาสาย Fiber Optic, ระบุสายไฟเบอร์, ตรวจสอบโครงข่ายไฟเบอร์, งานติดตั้ง Fiber Optic, งานบำรุงรักษา Fiber Optic, Optical Cable Census Instrument เครื่องระบุสายไฟเบอร์ออปติก Optical Cable Identifier (OCID) 40KM ไม่ต้องใช้ Reflector Box รุ่น PK200-40N เครื่องมือสำหรับตรวจสอบและระบุสายไฟเบอร์ออปติกที่ต้องการในระบบ โดยอาศัยการตรวจจับแรงสั่นสะเทือนทางกลของสายไฟเบอร์ ช่วยให้ช่างสามารถค้นหาและแยกสายเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ แม้ในสภาพแวดล้อมที่มีสายจำนวนมากหรือสายมีสภาพปลายทางแตกต่างกัน เช่น PC, APC หรือสายขาด รองรับการตรวจสอบระยะไกลสูงสุด 40 กิโลเมตร พร้อมระบบแสดงผลทั้งภาพและเสียง สามารถเลือกโหมดการทำงานแบบอัตโนมัติหรือแบบแมนนวล และเป็นการตรวจสอบแบบไม่ทำลายสาย จึงเหมาะสำหรับงานติดตั้ง ตรวจสอบ และบำรุงรักษาโครงข่ายไฟเบอร์ออปติก โดยข้อมูลในเอกสารระบุรุ่น TK200-40/N ซึ่งเป็นรุ่นระยะทดสอบ 40 กม. และรองรับการตรวจสอบสายที่ปลายเป็น APC หรือแม้แต่กรณีสายขาดได้ ราคา 45,500 บาท รุ่น :PK200-40N(รหัสสินค้า :P06049)​ คุณสมบัติสินค้า -รองรับการตรวจสอบสายไฟเบอร์ระยะไกลสูงสุด 40 กม. เหมาะสำหรับงานตรวจสอบโครงข่ายไฟเบอร์ออปติกในระยะไกล -ตรวจจับแรงสั่นสะเทือนทางกลของสายไฟเบอร์ เพื่อช่วยระบุและค้นหาสายเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ -รองรับสภาพสายหลากหลาย สามารถตรวจสอบได้แม้ปลายสายเป็น PC, APC หรือกรณีสายขาด -ระบบตรวจสอบแบบไม่ทำลายสาย (Non-destructive Testing) ไม่จำเป็นต้องตัดหรือทำลายสายไฟเบอร์ระหว่างการตรวจสอบ -แสดงผลได้ทั้งภาพและเสียง โดยหน้าจอสามารถแสดงผลแบบกราฟแท่งหรือรูปแบบคล้ายคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และมีเสียงแสดงระดับการรบกวน -เลือกโหมดการทำงานได้ทั้งอัตโนมัติและแมนนวล ช่วยให้เหมาะกับลักษณะงานของผู้ใช้งาน -หน้าจอสัมผัสขนาด 5.6 นิ้ว พร้อมปุ่มควบคุม ใช้งานและควบคุมเครื่องได้สะดวก -รองรับโหมดประหยัดพลังงาน ช่วยยืดระยะเวลาการใช้งาน -ความแม่นยำในการระบุสายสูง เหมาะสำหรับการค้นหาสายเป้าหมายท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่มีความซับซ้อน -อินเทอร์เฟซไฟเบอร์แบบ FC/APC ตามข้อมูลทางเทคนิคในเอกสาร -ใช้แบตเตอรี่ลิเธียม 7.4V 10.4Ah สามารถทำงานต่อเนื่องได้ตั้งแต่ 10 ชั่วโมงขึ้นไป -รองรับอุณหภูมิการทำงาน 0–45°C และอุณหภูมิในการจัดเก็บ -20–55°C -น้ำหนักประมาณ 1.5 กก. รวมแบตเตอรี่ ตัวเครื่องมีขนาด 65 × 150 × 235 มม.   ดาวน์โหลดข้อมูลไฟล์ Datasheet   แนะนำวิธีการใช้งาน 1.เตรียมเครื่องและสายที่ต้องการตรวจสอบ ตรวจสอบแบตเตอรี่และเปิดเครื่อง จากนั้นเชื่อมต่อสายไฟเบอร์เข้ากับอินเทอร์เฟซที่รองรับตามการติดตั้งของระบบ 2.เลือกโหมดการทำงาน สามารถเลือกใช้งานได้ทั้ง โหมดอัตโนมัติ (Automatic) หรือ โหมดแมนนวล (Manual) ตามลักษณะงาน 3.เริ่มค้นหาสายเป้าหมาย เครื่องจะตรวจจับแรงสั่นสะเทือนทางกลที่เกิดขึ้นบนสายไฟเบอร์ เพื่อช่วยระบุว่าสายใดเป็นสายที่ต้องการตรวจสอบ โดยรองรับการตรวจสอบระยะไกลสูงสุด 40 กม. สำหรับรุ่น TK200-40/N ตามข้อมูลในเอกสาร 4.สังเกตผลการตรวจสอบ ดูผลผ่านหน้าจอสัมผัสขนาด 5.6 นิ้ว โดยสามารถแสดงผลในรูปแบบ กราฟแท่งหรือรูปแบบคลื่นไฟฟ้าหัวใจ พร้อมมีสัญญาณเสียงที่สัมพันธ์กับระดับการรบกวนของสาย 5.ระบุตำแหน่งสายที่ต้องการ ใช้ข้อมูลจากภาพและเสียงเพื่อแยกสายเป้าหมายออกจากสายอื่น โดยเครื่องมีความสามารถในการทำงานในสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อน และรองรับกรณีปลายสายเป็น PC, APC หรือสายขาด 6.ตรวจสอบและยืนยันผล เมื่อพบสายเป้าหมาย ให้ตรวจสอบผลซ้ำเพื่อยืนยันความถูกต้องก่อนดำเนินการกับสายจริง เนื่องจากเครื่องรองรับการตรวจสอบแบบ ไม่ทำลายสาย (Non-destructive Testing)   Diagram (แผนภาพการเชื่อมต่อ)   ข้อดี -ระบุสายไฟเบอร์ได้แม่นยำ ช่วยค้นหาและแยกสายเป้าหมายจากสายจำนวนมากในพื้นที่เดียวกัน -รองรับการตรวจสอบระยะไกลสูงสุด 40 กม. เหมาะสำหรับโครงข่ายไฟเบอร์ที่มีระยะทางยาว -ตรวจสอบแบบไม่ทำลายสาย ช่วยลดความเสี่ยงต่อความเสียหายของสายระหว่างการตรวจสอบ -รองรับสภาพสายที่หลากหลาย สามารถช่วยระบุสายได้แม้ปลายสายเป็น PC, APC หรือกรณีสายขาด -แสดงผลทั้งภาพและเสียง ทำให้ผู้ใช้งานสามารถสังเกตและวิเคราะห์สัญญาณได้สะดวก -ใช้งานได้ทั้งโหมดอัตโนมัติและแมนนวล สามารถเลือกให้เหมาะกับลักษณะงาน   ประโยชน์ในการใช้งาน -เหมาะสำหรับ ช่างติดตั้งและบำรุงรักษาระบบ Fiber Optic -ช่วย ค้นหาสายเป้าหมายในพื้นที่ที่มีสายไฟเบอร์จำนวนมาก ลดเวลาในการตรวจสอบและค้นหาสาย -ใช้ในการ ตรวจสอบสายไฟเบอร์ในโครงข่ายระยะไกล โดยรุ่น TK200-40/N รองรับระยะทดสอบ 40 กม. -เหมาะสำหรับงาน ตรวจสอบสายที่มีปัญหา รวมถึงกรณีสายขาดหรือสายที่มีหัวต่อ APC -ช่วยให้การทำงานภาคสนามสะดวกขึ้นด้วย หน้าจอสัมผัส 5.6 นิ้ว และระบบแสดงผลแบบกราฟแท่งหรือรูปแบบคลื่น -ช่วยลดความจำเป็นในการรื้อหรือแยกสายจำนวนมากเพื่อค้นหาสายที่ต้องการ   ข้อควรระวัง -ควรใช้งานตาม คู่มือและข้อกำหนดของผู้ผลิต เนื่องจากเอกสารที่แนบมาเป็นข้อมูลคุณสมบัติและทางเทคนิค ไม่ใช่คู่มือการใช้งานโดยละเอียด -ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอุปกรณ์และการเชื่อมต่อไฟเบอร์ถูกต้องก่อนเริ่มการตรวจสอบ -ไม่ควรมองเข้าไปในปลายสายไฟเบอร์หรือช่องเชื่อมต่อโดยตรง หากไม่ทราบสถานะของสัญญาณแสง -ควรรักษาความสะอาดของหัวต่อไฟเบอร์และอินเทอร์เฟซ เพื่อช่วยให้การตรวจสอบมีความถูกต้อง -หลีกเลี่ยงการใช้งานนอกช่วงอุณหภูมิที่ระบุ โดยเอกสารกำหนดอุณหภูมิการทำงานไว้ที่ 0–45°C และอุณหภูมิจัดเก็บ -20–55°C -ดูแลแบตเตอรี่ให้มีประจุเพียงพอก่อนนำไปใช้งานภาคสนาม โดยแบตเตอรี่ที่ระบุคือ 7.4V 10.4Ah และรองรับการทำงานต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 10 ชั่วโมง -หลีกเลี่ยงการกระแทก ความชื้น และสภาพแวดล้อมที่อาจทำให้ตัวเครื่องหรืออุปกรณ์เชื่อมต่อเสียหาย ไม่ควรสรุปว่าเครื่องสามารถตรวจสอบทุกสภาพสายได้โดยไม่มีข้อจำกัด เพราะเอกสารระบุเพียงความสามารถในการรองรับสภาพปลายสายบางประเภท เช่น PC, APC และสายขาด   อุปกรณ์ที่จะได้รับ 1) เครื่อง PK200-40N พร้อมแบตเตอรี่ x1 2) อะแดปเตอร์ AC/DC (12V/3A) x1 3) สาย Patch Cord FC/APC-SC/APC ความยาว 3 เมตร x1 4) หูฟังสำหรับรับฟังเสียงเคาะ (Knocking Sound) x1 5) อุปกรณ์เคาะ (แท่งเคาะ/Percussion Rod) x1 6) อะแดปเตอร์ FC/FC x1 7) Connector for OTDR x1 8) กระเป๋านุ่มพร้อมสายสะพาย x1 9) คู่มือการใช้งานและใบรับรองการสอบเทียบ x1     tags : Optical Cable Identifier, OCID, เครื่องระบุสายไฟเบอร์ออปติก, เครื่องค้นหาสายไฟเบอร์, เครื่องระบุสาย Fiber Optic, เครื่องตรวจสอบสายไฟเบอร์, Optical Cable Identifier 40KM, OCID 40KM, PK200-40N, เครื่องทดสอบไฟเบอร์ออปติก, Fiber Optic Tester, Fiber Optic Cable Locator, Fiber Cable Identifier, เครื่องมือช่างไฟเบอร์, อุปกรณ์ทดสอบไฟเบอร์, เครื่องมือ Fiber Optic, ตรวจสอบสาย Fiber Optic, ค้นหาสาย Fiber Optic, ระบุสายไฟเบอร์, ตรวจสอบโครงข่ายไฟเบอร์, งานติดตั้ง Fiber Optic, งานบำรุงรักษา Fiber Optic, Optical Cable Census Instrument

เครื่องระบุสายไฟเบอร์ออปติก Optical Cable Identifier (OCID) 20KM พร้อม VFL และ Reflector Box รุ่น PK100-20N อุปกรณ์สำหรับช่วยตรวจสอบและระบุสายใยแก้วนำแสงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Optical Cable Identifier, OCID, เครื่องระบุสายไฟเบอร์, เครื่องตรวจสอบสายไฟเบอร์, เครื่องระบุสาย Fiber Optic, Fiber Optic Tester, Fiber Optic Identifier, Fiber Cable Identifier, เครื่องทดสอบไฟเบอร์, เครื่องมือไฟเบอร์ออปติก, VFL, Visual Fault Locator, VFL 650nm, Reflector Box, Reflector, Fiber Optic SM, Single Mode, FC/APC, 1550nm, ทดสอบสายไฟเบอร์ 20KM, เครื่องตรวจสาย Fiber 20KM, PK100-20N, งานติดตั้ง Fiber Optic, งานบำรุงรักษา Fiber Optic, อุปกรณ์ช่าง Fiber Optic, เครื่องมือช่างไฟเบอร์, Network Tool, Telecom Tool เครื่องระบุสายไฟเบอร์ออปติก Optical Cable Identifier (OCID) 20KM พร้อม VFL และ Reflector Box รุ่น PK100-20N อุปกรณ์สำหรับช่วยตรวจสอบและระบุสายใยแก้วนำแสงได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับงานติดตั้ง ตรวจสอบ และบำรุงรักษาระบบไฟเบอร์ออปติก โดยรองรับการทดสอบไฟเบอร์แบบ Single-fiber และใช้ความยาวคลื่น 1550nm พร้อมฟังก์ชัน VFL 650nm สำหรับตรวจสอบแนวสายและจุดผิดปกติของไฟเบอร์ได้สะดวก ตัวเครื่องมาพร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 5.6 นิ้ว และแบตเตอรี่ที่รองรับการใช้งานต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 10 ชั่วโมง ราคา 22,000 บาท รุ่น :PK100-20N(รหัสสินค้า :P06048)​ คุณสมบัติสินค้า -ใช้สำหรับ ระบุและตรวจสอบสายไฟเบอร์ออปติก (Optical Cable Identifier: OCID) -รองรับการทดสอบแบบ Single-Fiber Test -ใช้ความยาวคลื่นในการทดสอบ 1550nm -รองรับระยะทดสอบสูงสุด 10 กิโลเมตร -มีค่า Unidirectional Cable Loss 5dB -Initial Dead Zone: Zero Dead Zone ช่วยให้สามารถตรวจสอบสัญญาณได้ตั้งแต่ต้นสาย -รองรับค่า Return Loss ที่ปลายสาย ≤20dB -ค่า Signal-to-Noise Ratio 40dB -รองรับไฟเบอร์ประเภท Single Mode (SM) -ใช้หัวเชื่อมต่อแบบ FC/APC -มาพร้อม VFL (Visual Fault Locator) ความยาวคลื่น 650nm กำลังขาออก ≥ -3dBm และตรวจสอบได้ไกลสูงสุด 3 กิโลเมตร -รองรับการใช้งานร่วมกับ Reflector ที่ปลายสาย เพื่อเพิ่มระยะการวัดได้อีก 20 กิโลเมตรตามเงื่อนไขที่ผู้ผลิตกำหนด -หน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ 5.6 นิ้ว -รองรับการควบคุมผ่าน Touch LCD และปุ่มกด -แสดงผลระดับการสั่นสะเทือนบนหน้าจอ พร้อมเสียงแจ้งเตือนตามระดับสัญญาณ -แบตเตอรี่ Polymer Lithium 7.4V 10.4Ah -ใช้งานต่อเนื่องได้ ไม่น้อยกว่า 10 ชั่วโมง -ใช้ไฟ DC 12V/3A -กินไฟน้อยกว่า 6W -ขนาดตัวเครื่อง 150 × 235 × 66 มม. -น้ำหนักประมาณ 1.5 กก. (รวมแบตเตอรี่) -อุณหภูมิใช้งาน -10°C ถึง +50°C   ดาวน์โหลดข้อมูลไฟล์ Datasheet   แนะนำวิธีการใช้งาน 1.เตรียมสายไฟเบอร์ออปติก -ตรวจสอบว่าสายที่ต้องการทดสอบเป็นไฟเบอร์ชนิด Single Mode (SM) -ทำความสะอาดหัวต่อไฟเบอร์ก่อนเชื่อมต่อ เพื่อป้องกันฝุ่นและสิ่งสกปรก 2.เชื่อมต่อสายเข้ากับเครื่อง -เชื่อมต่อสายไฟเบอร์เข้าที่ OCID Port ด้วยหัวต่อ FC/APC -หากต้องการตรวจสอบแนวสายหรือหาจุดผิดปกติ สามารถใช้งานผ่าน VFL Port ได้ 3.เปิดเครื่องและเลือกโหมดการทดสอบ -เปิดเครื่องและใช้งานผ่านหน้าจอสัมผัสขนาด 5.6 นิ้ว หรือปุ่มควบคุมบนตัวเครื่อง -เลือกการทดสอบแบบ Single-Fiber Test -ระบบทำงานที่ความยาวคลื่น 1550nm 4.ตรวจสอบและระบุสาย -เริ่มการทดสอบเพื่อวิเคราะห์สัญญาณบนสายไฟเบอร์ -เครื่องสามารถแสดงระดับการสั่นสะเทือนบนหน้าจอ พร้อมส่งเสียงตามระดับความแรงของสัญญาณ ช่วยให้ช่างสามารถระบุสายที่ต้องการได้สะดวก 5.ใช้งาน VFL เพื่อตรวจสอบสาย -เชื่อมต่อสายเข้ากับ VFL Port -VFL ใช้แสงสีแดงที่ความยาวคลื่น 650nm -รองรับระยะตรวจสอบสูงสุดประมาณ 3 กิโลเมตร ตามสเปกในเอกสาร 6.เพิ่มระยะการตรวจสอบด้วย Reflector -หากต้องการเพิ่มระยะการวัด สามารถติดตั้ง Reflector ที่ปลายสาย โดยเอกสารระบุว่าต้องมีค่า Reflectance มากกว่า -3dB -เมื่อใช้ Reflector ตามเงื่อนไข สามารถเพิ่มระยะการวัดได้อีก 20 กิโลเมตร 7.ตรวจสอบผลและจัดเก็บข้อมูล -ตรวจสอบผลการทดสอบผ่านหน้าจอสัมผัส -ตัวเครื่องมี SD Card Slot และ USB Data Port สำหรับการใช้งานด้านข้อมูล   Diagram (แผนภาพการเชื่อมต่อ)   ข้อดี -ช่วยระบุสายไฟเบอร์ได้สะดวก เหมาะสำหรับงานที่มีสายไฟเบอร์จำนวนมากหรือมีเส้นทางสายซับซ้อน -รองรับการทดสอบ Single-Fiber สามารถตรวจสอบสายไฟเบอร์ทีละเส้นได้ -รองรับการทดสอบระยะไกล ระยะทดสอบพื้นฐานสูงสุด 10 กม. และสามารถเพิ่มระยะได้อีก 20 กม. เมื่อใช้งานร่วมกับ Reflector ตามเงื่อนไขที่กำหนด -มี VFL ในตัว ช่วยตรวจสอบแนวสายและจุดผิดปกติของไฟเบอร์ โดยใช้แสง 650nm และรองรับระยะสูงสุด 3 กม. -หน้าจอสัมผัสขนาด 5.6 นิ้ว ช่วยให้ดูข้อมูลและควบคุมเครื่องได้สะดวก -มีทั้งการแสดงผลด้วยภาพและเสียง โดยแสดงระดับการสั่นบนหน้าจอและมีเสียงตามระดับความแรงของสัญญาณ -แบตเตอรี่ใช้งานได้นาน รองรับการทำงานต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 10 ชั่วโมง   ประโยชน์ในการใช้งาน -เหมาะสำหรับ ช่างติดตั้งและบำรุงรักษาระบบไฟเบอร์ออปติก -ช่วยค้นหาและระบุสายไฟเบอร์ที่ต้องการในกรณีที่มีสายจำนวนมาก -ช่วยลดความยุ่งยากในการตรวจสอบสายที่เดินไว้ใน ตู้สื่อสาร ห้อง MDF/ODF หรือเส้นทางสายภายนอก -ใช้ตรวจสอบสาย Single Mode (SM) ในงานระบบสื่อสารและโครงข่ายไฟเบอร์ -ใช้ VFL เพื่อช่วยตรวจสอบแนวทางเดินของสายและค้นหาความผิดปกติที่สามารถตรวจพบด้วยแสง VFL -เหมาะสำหรับงาน ติดตั้ง ตรวจสอบ แก้ไข และบำรุงรักษาเครือข่าย Fiber Optic -รองรับการใช้งานภาคสนามด้วยแบตเตอรี่ในตัวและตัวเครื่องที่มีขนาดกะทัดรัด   ข้อควรระวังในการใช้งาน -ตรวจสอบชนิดของสายก่อนใช้งาน เนื่องจากสเปกระบุรองรับ Single Mode (SM) -ตรวจสอบและทำความสะอาดหัวต่อไฟเบอร์ก่อนเชื่อมต่อ เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกที่อาจส่งผลต่อการทดสอบ -ตรวจสอบให้แน่ใจว่าใช้หัวต่อที่ตรงกับอุปกรณ์ คือ FC/APC -การใช้ Reflector เพื่อเพิ่มระยะการวัดต้องติดตั้งที่ปลายสาย และต้องเป็นไปตามเงื่อนไข Reflectance > -3dB ที่ผู้ผลิตระบุ -หลีกเลี่ยงการมองเข้าสู่พอร์ตไฟเบอร์หรือแสงจาก VFL โดยตรง -ใช้งานในช่วงอุณหภูมิที่กำหนด -10°C ถึง +50°C และจัดเก็บในช่วง -30°C ถึง +70°C -ใช้อะแดปเตอร์ไฟตามสเปก DC 12V / 3A และดูแลแบตเตอรี่ให้เหมาะสม -ไม่ควรใช้งานเครื่องในลักษณะที่อาจทำให้พอร์ตหรือหัวต่อไฟเบอร์ได้รับความเสียหาย เพื่อรักษาความแม่นยำในการตรวจวัด   อุปกรณ์ที่จะได้รับ 1) เครื่อง PK100-20N พร้อมแบตเตอรี่ x1 2) อะแดปเตอร์ AC/DC (12V/3A) x1 3) สาย Patch Cord FC/UPC-SC/APC ความยาว 1 เมตร x1 4) หูฟังสำหรับรับฟังเสียงเคาะ (Knocking Sound) x1 5) อุปกรณ์เคาะ (แท่งเคาะ/Percussion Rod) x1 6) อะแดปเตอร์ FC/FC x1 7) Connector for OTDR x2 8) กระเป๋านุ่มพร้อมสายสะพาย x1 9) คู่มือการใช้งานและใบรับรองการสอบเทียบ x1   tags:Optical Cable Identifier, OCID, เครื่องระบุสายไฟเบอร์, เครื่องตรวจสอบสายไฟเบอร์, เครื่องระบุสาย Fiber Optic, Fiber Optic Tester, Fiber Optic Identifier, Fiber Cable Identifier, เครื่องทดสอบไฟเบอร์, เครื่องมือไฟเบอร์ออปติก, VFL, Visual Fault Locator, VFL 650nm, Reflector Box, Reflector, Fiber Optic SM, Single Mode, FC/APC, 1550nm, ทดสอบสายไฟเบอร์ 20KM, เครื่องตรวจสาย Fiber 20KM, PK100-20N, งานติดตั้ง Fiber Optic, งานบำรุงรักษา Fiber Optic, อุปกรณ์ช่าง Fiber Optic, เครื่องมือช่างไฟเบอร์, Network Tool, Telecom Tool

เครื่องระบุสายไฟเบอร์ออปติก Optical Cable Identifier (OCID) 10KM พร้อม VFL และ Reflector Box รุ่น PK100-10N ออกแบบมาสำหรับช่วยตรวจสอบและระบุสายไฟเบอร์ออปติกในงานติดตั้งและบำรุงรักษาเครือข่าย

Optical Cable Identifier, OCID, เครื่องระบุสายไฟเบอร์ออปติก, เครื่องระบุสายไฟเบอร์, Fiber Optic Identifier, Fiber Optic Tester, Fiber Optic Test, Fiber Optic Network, Single Mode, SM Fiber, VFL, Visual Fault Locator, VFL 650nm, Reflector Box, Fiber Optic Cable, สายไฟเบอร์ออปติก, FTTH, PON, GPON, EPON, งานติดตั้งไฟเบอร์, งานตรวจสอบไฟเบอร์, งานบำรุงรักษาไฟเบอร์, Fiber Optic Maintenance, PK100-10N เครื่องระบุสายไฟเบอร์ออปติก Optical Cable Identifier (OCID) 10KM พร้อม VFL และ Reflector Box รุ่น PK100-10N ออกแบบมาสำหรับช่วยตรวจสอบและระบุสายไฟเบอร์ออปติกในงานติดตั้งและบำรุงรักษาเครือข่าย โดยรองรับการทดสอบสายไฟเบอร์แบบ Single Fiber ที่ระยะสูงสุด 10 กิโลเมตร ใช้งานร่วมกับ VFL (Visual Fault Locator) ความยาวคลื่น 650nm  สำหรับช่วยตรวจหาจุดผิดปกติของสาย และมาพร้อม Reflector Box สำหรับติดตั้งที่ปลายสายเพื่อช่วยเพิ่มระยะการวัดตามเงื่อนไขการทดสอบ ตัวเครื่องใช้หน้าจอสัมผัสสำหรับแสดงผล พร้อมระบบแจ้งผลทั้งแบบภาพและเสียง ช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถระบุและตรวจสอบสายไฟเบอร์ที่มีเส้นทางซับซ้อนได้สะดวก เหมาะสำหรับงานติดตั้ง ตรวจสอบ และบำรุงรักษาระบบ Fiber Optic Network, FTTH และระบบสื่อสารโทรคมนาคม โดยรายละเอียดในเอกสารระบุว่าการเพิ่ม Reflector ที่ปลายสายสามารถช่วยเพิ่มระยะการวัดได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด ราคา 19,900 บาท รุ่น :PK100-10N(รหัสสินค้า :P06047)​ คุณสมบัติสินค้า -รุ่น: PK100-10N สำหรับงานระบุและตรวจสอบสายไฟเบอร์ออปติก -รองรับการทดสอบแบบ Single-Fiber Test -รองรับการตรวจสอบสายไฟเบอร์ออปติกระยะสูงสุด 10 กิโลเมตร -ใช้งานที่ความยาวคลื่น 1550nm -รองรับสายไฟเบอร์ประเภท Single Mode (SM) -ใช้หัวต่อไฟเบอร์แบบ FC/APC -มีค่า Unidirectional Cable Loss 5dB -มี Zero Initial Dead Zone ช่วยให้การตรวจสอบทำได้โดยไม่มี Dead Zone เริ่มต้น -รองรับค่า Signal-to-Noise Ratio 40dB -ต้องการค่า Return Loss ที่ปลายสาย ≤20dB -มาพร้อม VFL (Visual Fault Locator) ความยาวคลื่น 650nm กำลังแสงขาออก ≥ -3dBm และระยะทดสอบสูงสุด 3 กิโลเมตร -รองรับการใช้งานร่วมกับ Reflector ที่ปลายสาย โดยสามารถช่วยเพิ่มระยะการวัดตามเงื่อนไขที่ระบุในเอกสาร -หน้าจอ Touch Screen ขนาด 5.6 นิ้ว พร้อมปุ่มควบคุมแบบ Physical Keys -แสดงผลการตรวจสอบทั้งแบบ ภาพบนหน้าจอ และ เสียงแจ้งเตือนตามระดับความผิดปกติ -ใช้แบตเตอรี่ Polymer Lithium 7.4V 10.4Ah รองรับการทำงานต่อเนื่อง ≥10 ชั่วโมง -ใช้ไฟเลี้ยง DC 12V / 3A และมีอัตราการใช้พลังงาน <6W -มีพอร์ตสำหรับ VFL, OCID, SD Card, DC Adapter, Audio, USB Data และ LAN -ขนาดตัวเครื่อง 150 × 235 × 66 มม. -น้ำหนักประมาณ 1.5 กก. รวมแบตเตอรี่ -รองรับอุณหภูมิขณะใช้งาน -10°C ถึง +50°C และอุณหภูมิขณะจัดเก็บ -30°C ถึง +70°C   ดาวน์โหลดข้อมูลไฟล์ Datasheet   แนะนำวิธีการใช้งาน 1.เตรียมอุปกรณ์และสายไฟเบอร์ ตรวจสอบตัวเครื่อง PK100-10N แบตเตอรี่ และสายไฟเบอร์ที่จะทำการตรวจสอบให้พร้อมใช้งาน 2.เชื่อมต่อสายไฟเบอร์เข้ากับพอร์ต OCID เชื่อมต่อสายไฟเบอร์ Single Mode ที่ต้องการตรวจสอบเข้ากับ OCID Port ของเครื่อง โดยใช้หัวต่อ FC/APC 3.เปิดเครื่องและเข้าสู่โหมด OCID เปิดเครื่อง จากนั้นเลือกฟังก์ชันสำหรับตรวจสอบและระบุสายไฟเบอร์ผ่านหน้าจอสัมผัส 4.เริ่มการตรวจสอบสาย เครื่องจะส่งสัญญาณทดสอบที่ความยาวคลื่น 1550nm และตรวจสอบสายแบบ Single-Fiber เพื่อช่วยระบุสายที่ต้องการทดสอบ โดยรุ่นนี้รองรับระยะทดสอบสูงสุด 10 กิโลเมตร 5.ตรวจสอบผลการทดสอบ สังเกตผลบนหน้าจอสัมผัส โดยเครื่องสามารถแสดงระดับการรบกวนในรูปแบบภาพ และมีเสียงแจ้งเตือนที่สัมพันธ์กับระดับความแรงของสัญญาณรบกวน 6.ใช้งาน VFL เมื่อต้องการตรวจหาความผิดปกติ หากต้องการตรวจสอบเพิ่มเติม ให้เชื่อมต่อสายเข้ากับ VFL Port เพื่อใช้แสงเลเซอร์สีแดงที่ความยาวคลื่น 650nm สำหรับช่วยตรวจหาจุดผิดปกติของสาย โดยรองรับระยะทดสอบสูงสุด 3 กิโลเมตร 7.ติดตั้ง Reflector Box ที่ปลายสายเมื่อจำเป็น สำหรับการเพิ่มระยะการตรวจสอบ สามารถติดตั้ง Reflector ที่ปลายสาย โดยเอกสารระบุว่า Reflector ที่มีค่า Reflectance มากกว่า -3dB สามารถช่วยเพิ่มระยะการวัดได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด 8.บันทึกหรือถ่ายโอนข้อมูล สามารถใช้ SD Card หรือ USB Data Port สำหรับจัดการข้อมูลตามฟังก์ชันที่รองรับของตัวเครื่อง   Diagram (แผนภาพการเชื่อมต่อ)   ข้อดี -รองรับการระบุและตรวจสอบสายไฟเบอร์แบบ Single Fiber ได้ในระยะสูงสุด 10 กิโลเมตร -ใช้งานร่วมกับ VFL 650nm ช่วยตรวจสอบความผิดปกติของสายไฟเบอร์เพิ่มเติม -มีหน้าจอสัมผัสขนาด 5.6 นิ้ว พร้อมปุ่มควบคุม ช่วยให้ใช้งานสะดวก -แสดงผลทั้งแบบภาพและเสียง ทำให้สังเกตระดับสัญญาณรบกวนได้ง่าย -รองรับการใช้งานร่วมกับ Reflector เพื่อเพิ่มระยะการวัดตามเงื่อนไขที่กำหนด -แบตเตอรี่ Polymer Lithium รองรับการทำงานต่อเนื่อง ไม่น้อยกว่า 10 ชั่วโมง   ประโยชน์ในการใช้งาน -เหมาะสำหรับใช้ ระบุสายไฟเบอร์ออปติก ในพื้นที่ที่มีสายจำนวนมากและเส้นทางสายมีความซับซ้อน -ช่วยงานติดตั้ง ตรวจสอบ และบำรุงรักษาโครงข่าย Fiber Optic -ช่วยตรวจสอบสายที่ต้องการโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการระบุสายจากตำแหน่งเพียงอย่างเดียว -ใช้ VFL เพื่อช่วยค้นหาความผิดปกติของสายและตรวจสอบเส้นทางของไฟเบอร์ -เหมาะสำหรับงาน FTTH, ระบบสื่อสาร และงานบำรุงรักษาเครือข่ายไฟเบอร์ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีสายไฟเบอร์หลายเส้น   ข้อควรระวัง -ตรวจสอบให้แน่ใจว่าหัวต่อและพอร์ตไฟเบอร์สะอาดก่อนเชื่อมต่อ เพื่อช่วยลดความผิดพลาดในการตรวจสอบ -ตรวจสอบประเภทของไฟเบอร์และหัวต่อให้ตรงกับข้อกำหนดของเครื่อง โดยรุ่นนี้รองรับ Single Mode (SM) และ FC/APC -หลีกเลี่ยงการมองเข้าสู่พอร์ตหรือปลายสายไฟเบอร์ขณะใช้งาน VFL เนื่องจากมีแหล่งกำเนิดแสงเลเซอร์ความยาวคลื่น 650nm -หากใช้ Reflector ควรติดตั้งที่ปลายสายตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยเอกสารระบุ Reflectance มากกว่า -3dB -ใช้งานในช่วงอุณหภูมิ -10°C ถึง +50°C และจัดเก็บในช่วง -30°C ถึง +70°C -ใช้แหล่งจ่ายไฟตามข้อกำหนดของเครื่อง คือ DC 12V / 3A -ควรปิดเครื่องและถอดสายออกหลังใช้งานทุกครั้ง เพื่อป้องกันความเสียหายของอุปกรณ์และหัวต่อ   อุปกรณ์ที่จะได้รับ 1) เครื่อง PK100-10N พร้อมแบตเตอรี่ x1 2) อะแดปเตอร์ AC/DC (12V/3A) x1 3) สาย Patch Cord FC/UPC-SC/APC ความยาว 1 เมตร x1 4) หูฟังสำหรับรับฟังเสียงเคาะ (Knocking Sound) x1 5) อุปกรณ์เคาะ (แท่งเคาะ/Percussion Rod) x1 6) อะแดปเตอร์ FC/FC x1 7) Connector for OTDR x2 8) กระเป๋านุ่มพร้อมสายสะพาย x1 9) คู่มือการใช้งานและใบรับรองการสอบเทียบ x1   tags : Optical Cable Identifier, OCID, เครื่องระบุสายไฟเบอร์ออปติก, เครื่องระบุสายไฟเบอร์, Fiber Optic Identifier, Fiber Optic Tester, Fiber Optic Test, Fiber Optic Network, Single Mode, SM Fiber, VFL, Visual Fault Locator, VFL 650nm, Reflector Box, Fiber Optic Cable, สายไฟเบอร์ออปติก, FTTH, PON, GPON, EPON, งานติดตั้งไฟเบอร์, งานตรวจสอบไฟเบอร์, งานบำรุงรักษาไฟเบอร์, Fiber Optic Maintenance, PK100-10N

Fiber Optic Cleaver เครื่องตัดไฟเบอร์ออปติก One-Step ปรับใบมีดได้โดยไม่ใช้เครื่องมือ พร้อม Waste Bin และ ฐานจับไฟเบอร์ 3 แบบ TAWA รุ่น FC-33 เครื่องตัดไฟเบอร์ออปติก ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้การตัดปลายเส้นใยมีความแม่นยำและสะดวกยิ่งขึ้น

TAWA, FC33, FiberOpticCleaver, FiberCleaver, เครื่องตัดไฟเบอร์ออปติก, เครื่องตัดไฟเบอร์, ตัดสายไฟเบอร์, FiberOptic, OpticalFiber, FiberOpticTool, เครื่องมือไฟเบอร์, งานไฟเบอร์ออปติก, FTTH, FTTx, GPON, EPON, FusionSplicer, Splicing, CNC, OneStepCleaver, FiberOpticAccessories, อุปกรณ์ไฟเบอร์ออปติก, อุปกรณ์ติดตั้งไฟเบอร์ Fiber Optic Cleaver เครื่องตัดไฟเบอร์ออปติก One-Step ปรับใบมีดได้โดยไม่ใช้เครื่องมือ พร้อม Waste Bin และ ฐานจับไฟเบอร์ 3 แบบ TAWA รุ่น FC-33 เครื่องตัดไฟเบอร์ออปติกแบบ One-Step ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้การตัดปลายเส้นใยมีความแม่นยำและสะดวกยิ่งขึ้น ด้วยโครงสร้างวัสดุโลหะทั้งหมดผ่านกระบวนการ CNC แข็งแรง ทนทาน และทนต่อการกัดกร่อน พร้อมระบบปรับตำแหน่งใบมีดแบบไม่ต้องใช้เครื่องมือ เพียงเลื่อนเพื่อเปลี่ยนจุดตัดได้อย่างรวดเร็ว รองรับไฟเบอร์หลายรูปแบบ พร้อมฐานจับไฟเบอร์มาตรฐาน 3 แบบ ได้แก่ Universal, Dual-core และ 3-in-1 จึงเหมาะสำหรับทั้งผู้เริ่มต้นและช่างติดตั้งมืออาชีพ ตัวใบมีดสามารถเปลี่ยนได้และมีอายุการใช้งานสูงสุดถึง 72,000 ครั้ง โดยมีค่ามุมตัดโดยทั่วไปน้อยกว่า 0.5° ช่วยให้ได้ปลายไฟเบอร์ที่เหมาะสำหรับงานเชื่อมต่อและติดตั้งระบบ Fiber Optic อย่างมีประสิทธิภาพ ราคา 1,690 บาท รุ่น :FC-33(รหัสสินค้า :P06036)​ คุณสมบัติสินค้า -เครื่องตัดไฟเบอร์ออปติกแบบ One-Step Full-Metal Cleaver -โครงสร้างตัวเครื่องทำจาก โลหะทั้งหมด ผ่านกระบวนการ CNC แข็งแรง ทนทาน และทนต่อการกัดกร่อน -ปรับตำแหน่งใบมีดได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ ช่วยให้เปลี่ยนจุดตัดได้สะดวกและรวดเร็ว -ใบมีดสามารถเปลี่ยนได้ มีอายุการใช้งานสูงสุดประมาณ 72,000 ครั้ง -รองรับประมาณ 3,000 ครั้งต่อหนึ่งตำแหน่งใบมีด -ให้ค่ามุมตัดโดยทั่วไป ≤ 0.5° -ใช้แผ่นกดไฟเบอร์แบบ Metal + Rubber Pressure Pad ช่วยเพิ่มความแม่นยำและอายุการใช้งาน -รองรับเส้นใยแบบ Single-core และ Multi-core -รองรับไฟเบอร์ Single-core ขนาด 250μm, 900μm, 3.0mm และ Drop Cable -รองรับ Multi-core ขนาด 2–12 Core -รองรับความยาวการตัด: Single-core 8–20 มม. / Multi-core 10 มม. -มาพร้อมฐานจับไฟเบอร์มาตรฐาน 3 แบบ ได้แก่ Universal Fixture, Dual-core Fixture และ 3-in-1 Fixture -ฐานจับทั้ง 3 แบบรองรับขนาดไฟเบอร์แตกต่างกัน เหมาะกับลักษณะการทำงานทั้งผู้เริ่มต้นและช่างมืออาชีพ -มีระบบจัดเก็บเศษไฟเบอร์ภายในตัวเครื่อง ช่วยให้พื้นที่ทำงานเป็นระเบียบ -ขนาดตัวเครื่อง 76 × 93.10 × 50 มม. -น้ำหนักรวมประมาณ 246.1 กรัม และน้ำหนักส่วนโลหะประมาณ 212.6 กรัม -รองรับบริการบำรุงรักษาและปรับตั้ง Cleaver ตลอดอายุการใช้งานตามเงื่อนไขของผู้ผลิต โดยมีบริการฝึกอบรมและปรับตั้งเครื่องฟรี ส่วนค่าขนส่งและอะไหล่เป็นความรับผิดชอบของลูกค้า ดาวน์โหลดข้อมูลไฟล์ Datasheet แนะนำวิธีการใช้งาน 1.เลือกฐานจับไฟเบอร์ให้เหมาะสม เลือกใช้ฐานจับที่เหมาะกับชนิดและขนาดของเส้นใย ได้แก่ Universal Fixture, Dual-core Fixture หรือ 3-in-1 Fixture ซึ่งรองรับไฟเบอร์ Single-core และ Multi-core ตามลักษณะงาน 2.เตรียมและวางเส้นใยไฟเบอร์ จัดวางเส้นใยลงในฐานจับให้ตรงตำแหน่ง โดยเลือกระยะความยาวการตัดให้เหมาะกับงาน โดยรองรับ Single-core ที่ความยาว 8–20 มม. และ Multi-core 10 มม. 3.กดฐานจับให้ยึดเส้นใยอย่างแน่นหนา ใช้ระบบแผ่นกดแบบ Metal + Rubber Pressure Pad เพื่อช่วยยึดเส้นใยให้อยู่ในตำแหน่งและเพิ่มความแม่นยำในการตัด 4.ปรับตำแหน่งใบมีดตามต้องการ FC-33 สามารถปรับตำแหน่งใบมีดได้โดย ไม่ต้องใช้เครื่องมือ เพียงเลื่อนกลไกปรับตำแหน่งเพื่อเปลี่ยนจุดตัดได้อย่างสะดวก 5.ทำการตัดปลายไฟเบอร์ ใช้งานกลไก One-Step ของตัวเครื่องเพื่อทำการ Cleave เส้นใย โดยเครื่องได้รับการออกแบบให้มีค่ามุมตัดโดยทั่วไปไม่เกิน 0.5° 6.จัดการเศษไฟเบอร์หลังการตัด เก็บเศษเส้นใยที่เกิดจากการตัดลงในส่วนจัดเก็บเศษไฟเบอร์ของเครื่อง เพื่อช่วยให้พื้นที่ทำงานสะอาดและเป็นระเบียบ 7.ตรวจสอบปลายไฟเบอร์ก่อนนำไปใช้งาน ตรวจสอบปลายไฟเบอร์หลังการตัดให้เรียบร้อย ก่อนนำไปเชื่อมด้วย Fusion Splicer หรือใช้งานในขั้นตอนถัดไป Diagram (แผนภาพการเชื่อมต่อ) ข้อดี -ปรับตำแหน่งใบมีดได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ ช่วยให้เปลี่ยนจุดตัดได้สะดวกและรวดเร็ว ลดเวลาในการปรับตั้ง -โครงสร้างโลหะทั้งตัว ผ่านกระบวนการ CNC มีความแข็งแรง ทนทาน และทนต่อการกัดกร่อน -ใบมีดมีอายุการใช้งานสูง สูงสุดประมาณ 72,000 ครั้ง และสามารถเปลี่ยนใบมีดได้ -ความแม่นยำในการตัดสูง โดยมีค่ามุมตัดโดยทั่วไปไม่เกิน 0.5° -มาพร้อมฐานจับไฟเบอร์ 3 รูปแบบ ได้แก่ Universal, Dual-core และ 3-in-1 ช่วยรองรับลักษณะการทำงานที่หลากหลาย -ใช้ Metal + Rubber Pressure Pad ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการจับและตัดไฟเบอร์ พร้อมอายุการใช้งานที่ยาวนาน ประโยชน์ในการใช้งาน -เหมาะสำหรับงาน ติดตั้ง ซ่อมบำรุง และเชื่อมต่อสาย Fiber Optic -ช่วยเตรียมปลายเส้นใยให้พร้อมสำหรับการเชื่อมด้วย Fusion Splicer -รองรับไฟเบอร์หลายประเภท เช่น 250μm, 900μm, 3.0mm, Drop Cable และ Multi-core 2–12 Core -ช่วยลดขั้นตอนและเวลาในการปรับตำแหน่งใบมีด เหมาะสำหรับงานที่ต้องตัดไฟเบอร์เป็นจำนวนมาก -เหมาะทั้งสำหรับ ช่างติดตั้งมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์ และผู้เริ่มต้น เนื่องจากมีฐานจับไฟเบอร์ให้เลือก 3 รูปแบบ -ตัวเครื่องมีขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักประมาณ 246.1 กรัม จึงสะดวกต่อการพกพาไปใช้งานหน้างาน ข้อควรระวัง -ใบมีดมีความคม ควรใช้งานด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณใบมีดโดยตรง -ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเลือก Fixture ให้ตรงกับชนิดและขนาดของไฟเบอร์ ก่อนทำการตัด -ควรวางและยึดเส้นใยให้ตรงตำแหน่งก่อนตัด เพื่อช่วยให้ได้มุมตัดที่เหมาะสม -ควรทำความสะอาดบริเวณฐานจับและส่วนตัดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันเศษไฟเบอร์สะสมและส่งผลต่อความแม่นยำ -ไม่ควรฝืนหรือใช้งานเครื่องผิดลักษณะ เพราะอาจทำให้ใบมีดหรือกลไกภายในเสียหาย -อายุการใช้งานใบมีดและค่ามุมตัดอาจเปลี่ยนแปลงตาม สภาพแวดล้อมและลักษณะการใช้งาน -ควรจัดเก็บเครื่องในกระเป๋าที่ให้มาเมื่อไม่ได้ใช้งาน เพื่อช่วยป้องกันความเสียหายระหว่างการขนย้าย อุปกรณ์ที่จะได้รับ TAWA Fiber Optic Cleaver รุ่น FC-33 จำนวน 1 เครื่อง Universal Fixture จำนวน 1 ชิ้น Dual-core Fixture จำนวน 1 ชิ้น Hex Wrench (ประแจหกเหลี่ยม) จำนวน 1 ชิ้น Carrying Case (กระเป๋าจัดเก็บ) จำนวน 1 ใบ tags : TAWA, FC33, FiberOpticCleaver, FiberCleaver, เครื่องตัดไฟเบอร์ออปติก, เครื่องตัดไฟเบอร์, ตัดสายไฟเบอร์, FiberOptic, OpticalFiber, FiberOpticTool, เครื่องมือไฟเบอร์, งานไฟเบอร์ออปติก, FTTH, FTTx, GPON, EPON, FusionSplicer, Splicing, CNC, OneStepCleaver, FiberOpticAccessories, อุปกรณ์ไฟเบอร์ออปติก, อุปกรณ์ติดตั้งไฟเบอร์

FBT Fiber Optic Coupler Splitter 1x2 FC/APC Single Mode ABS Type สำหรับ FTTH GPON EPON PON Network เป็นอุปกรณ์สำหรับแบ่งและกระจายสัญญาณแสงในระบบ Fiber Optic โดยใช้เทคโนโลยี FBT (Fused Biconical Taper)

FBT, Fiber Optic Coupler, Fiber Optic Splitter, FBT Splitter, Coupler 1x2, Splitter 1x2, 60/40 Splitter, FC/APC, Single Mode, G657A1, FTTH, GPON, EPON, PON Network, Fiber Optic, Optical Fiber, Fiber Network, CATV, Fiber Optic Network, Telecom, Fiber Coupler, Optical Splitter, FBT Coupler, ABS Type, 1310nm, 1490nm, 1550nm, PON Splitter, อุปกรณ์ไฟเบอร์ออปติก, ตัวแยกสัญญาณไฟเบอร์, ตัวแบ่งสัญญาณไฟเบอร์, อุปกรณ์ FTTH, อุปกรณ์ GPON, อุปกรณ์ EPON FBT Fiber Optic Coupler Splitter 1x2 FC/APC  Single Mode ABS Type สำหรับ FTTH GPON EPON PON Network เป็นอุปกรณ์สำหรับแบ่งและกระจายสัญญาณแสงในระบบ Fiber Optic โดยใช้เทคโนโลยี FBT (Fused Biconical Taper) สำหรับแยกสัญญาณแบบ 1 เข้า 2 ออก ด้วยอัตราการแบ่งสัญญาณ 60/40 ,70/30 ,80/20 เหมาะสำหรับงานโครงข่าย FTTH, GPON, EPON และ PON รวมถึงระบบสื่อสารและ CATV ตัวอุปกรณ์มาพร้อมหัวต่อ FC/APC และใช้ไฟเบอร์ชนิด G657A1 รองรับช่วงคลื่น 1310/1550nm พร้อมโครงสร้างแบบ ABS ติดตั้งและจัดวางได้สะดวก โดยมีคุณสมบัติเด่นด้าน Low Insertion Loss, High Isolation, Low PDL และความเสถียรในการทำงาน เหมาะสำหรับนำไปใช้งานร่วมกับระบบกระจายสัญญาณไฟเบอร์ที่ต้องการแบ่งกำลังแสงอย่างมีประสิทธิภาพ อัตราการแบ่งสัญญาณ: 60/40  ราคา 135 บาท รุ่น :FBT-12-FCA-6040-ABS(รหัสสินค้า :P06033)​ อัตราการแบ่งสัญญาณ: 70/30  ราคา 135 บาท รุ่น :FBT-12-FCA-7030-ABS(รหัสสินค้า :P06034)​ อัตราการแบ่งสัญญาณ: 80/20  ราคา 135 บาท รุ่น :FBT-12-FCA-8020-ABS(รหัสสินค้า :P06035)​ คุณสมบัติสินค้า -ประเภท: FBT Fiber Optic Coupler Splitter แบบ 1x2 -อัตราการแบ่งสัญญาณ: 60/40 แบ่งสัญญาณออกเป็น 2 ช่อง -อัตราการแบ่งสัญญาณ: 70/30 แบ่งสัญญาณออกเป็น 2 ช่อง -อัตราการแบ่งสัญญาณ: 80/20 แบ่งสัญญาณออกเป็น 2 ช่อง -หัวต่อ: FC/APC -ชนิดไฟเบอร์: Single Mode G657A1 -รองรับความยาวคลื่น: 1310 / 1550 nm -ค่า Insertion Loss (IL): -ช่อง 60%: 2.72 dB @1310nm, 2.77 dB @1490nm, 2.75 dB @1550nm -ช่อง 40%: 4.49 dB @1310nm, 4.58 dB @1490nm, 4.65 dB @1550nm -PDL: ≤ 0.20 dB -Directivity: ≥ 55 dB -Return Loss: ≥ 55 dB -ความยาวสาย Input: 1 เมตร -ความยาวสาย Output: 1 เมตร -ขนาดตัวอุปกรณ์: 90 × 20 × 10 มม. -ขนาดสาย: 2.00 มม. -อุณหภูมิใช้งาน: -40 ถึง 85°C -อุณหภูมิจัดเก็บ: -40 ถึง 85°C -โครงสร้าง: ABS Type ขนาดกะทัดรัด เหมาะสำหรับติดตั้งในพื้นที่จำกัด -คุณสมบัติเด่น: Low Insertion Loss, High Isolation, Low PDL และความสม่ำเสมอของสัญญาณระหว่างช่องสัญญาณที่ดี -การใช้งาน: เหมาะสำหรับระบบ FTTH, PON, GPON, EPON, CATV และอุปกรณ์สื่อสาร -มาตรฐาน/การรับรอง: GR-1209-CORE, GR-1221-CORE, YD/T-1272Q, Q/CT-2295 และ RoHS   ดาวน์โหลดข้อมูลไฟล์ Datasheet   แนะนำวิธีการใช้งาน 1.ตรวจสอบอุปกรณ์และหัวต่อ ตรวจสอบ FBT Fiber Optic Coupler Splitter และหัวต่อ FC/APC ให้เรียบร้อยก่อนติดตั้ง โดยระวังไม่ให้ปลายหัวต่อมีฝุ่นหรือสิ่งสกปรก 2.เชื่อมต่อสัญญาณ Fiber Optic เข้าช่อง Input นำสาย Fiber Optic จากต้นทางของระบบ เช่น OLT หรืออุปกรณ์ส่งสัญญาณ PON เชื่อมต่อเข้าช่อง Input ของ Coupler 3.เชื่อมต่อสายออก 2 ช่อง เชื่อมต่อสาย Fiber Optic จากช่อง Output ทั้ง 2 ช่องไปยังอุปกรณ์หรือจุดปลายทางที่ต้องการ โดยตัว Coupler แบ่งกำลังแสงในอัตรา 60/40และ70/30หรือ80/20 ตามการออกแบบของอุปกรณ์ 4.ตรวจสอบการเชื่อมต่อ ตรวจสอบให้หัวต่อ FC/APC เสียบเข้ากับพอร์ตอย่างแน่นหนา และจัดแนวสายให้เหมาะสม หลีกเลี่ยงการหัก งอ หรือดึงสาย Fiber Optic รุนแรง 5.ทดสอบสัญญาณหลังติดตั้ง หลังเชื่อมต่อ ควรตรวจสอบระดับกำลังแสงของแต่ละช่อง เพื่อให้แน่ใจว่าสัญญาณสามารถส่งผ่านได้ตามต้องการ ค่า Insertion Loss แตกต่างกันตามสเปกของผลิตภัณฑ์ 6.นำไปใช้งานในระบบเครือข่าย เหมาะสำหรับติดตั้งในระบบ FTTH, GPON, EPON, PON และ CATV รวมถึงระบบสื่อสารที่ต้องการแบ่งสัญญาณ Fiber Optic แบบ 1 เข้า 2 ออก Diagram (แผนภาพการเชื่อมต่อ) ข้อดี -แบ่งสัญญาณแบบ 1x2  ช่วยกระจายกำลังแสงไปยัง 2 ช่องสัญญาณตามสัดส่วนที่กำหนด -Insertion Loss ต่ำ ช่วยลดการสูญเสียของสัญญาณแสงในการเชื่อมต่อ -Isolation สูง ช่วยลดผลกระทบระหว่างช่องสัญญาณ -ค่า PDL ต่ำ โดยมี PDL ≤ 0.20 dB -ความสม่ำเสมอของสัญญาณระหว่างช่องดี เหมาะกับงานที่ต้องการการกระจายสัญญาณที่มีเสถียรภาพ -รองรับอุณหภูมิใช้งานกว้าง ตั้งแต่ -40 ถึง 85°C -ขนาดกะทัดรัด เพียง 90 × 20 × 10 มม. ช่วยให้ติดตั้งในพื้นที่จำกัดได้สะดวก ประโยชน์ในการใช้งาน -ใช้สำหรับ แบ่งและกระจายสัญญาณ Fiber Optic จาก 1 จุดไปยัง 2 จุด -เหมาะสำหรับระบบ FTTH และ PON เช่น GPON และ EPON -ใช้ในงาน CATV และระบบสื่อสาร ที่ต้องการแบ่งกำลังแสง -เหมาะสำหรับงานติดตั้งโครงข่ายที่ต้องการหัวต่อ FC/APC และสาย Single Mode ชนิด G657A1 -ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการออกแบบระบบกระจายสัญญาณ โดยสามารถเลือกนำสัญญาณจากช่อง 60%,70%,80% หรือ 40%,30%,20% ไปใช้งานตามความต้องการของระบบ ข้อควรระวัง -ห้ามมองเข้าไปในปลายสาย Fiber Optic หรือหัวต่อโดยตรง ขณะระบบอาจมีการส่งสัญญาณแสง -ควร ทำความสะอาดหัวต่อ FC/APC ก่อนเชื่อมต่อ เพื่อป้องกันฝุ่นหรือสิ่งสกปรกที่อาจทำให้สูญเสียสัญญาณเพิ่มขึ้น -หลีกเลี่ยงการ หัก งอ บีบ หรือดึงสาย Fiber Optic อย่างรุนแรง เพื่อป้องกันความเสียหายของเส้นใยนำแสง -ตรวจสอบให้แน่ใจว่าใช้ หัวต่อ FC/APC ที่ตรงประเภท และเสียบเชื่อมต่ออย่างถูกต้อง -ไม่ควรติดตั้งในสภาพแวดล้อมที่อยู่นอกช่วงอุณหภูมิที่กำหนด โดยอุปกรณ์รองรับอุณหภูมิใช้งาน -40 ถึง 85°C -ควรจัดเก็บและป้องกันหัวต่อเมื่อไม่ได้ใช้งาน เพื่อป้องกันฝุ่นและความเสียหาย -ก่อนนำไปใช้งานจริง ควรตรวจสอบ Optical Power ของแต่ละช่อง เนื่องจากช่อง 60% และ 40% มีค่า Insertion Loss แตกต่างกัน     - 70% และ 30% มีค่า Insertion Loss แตกต่างกัน     - 80% และ 20% มีค่า Insertion Loss แตกต่างกัน อุปกรณ์ที่จะได้รับ 1) FBT Fiber Optic Coupler Splitter 1x2 FC/APC x 1 ชิ้น   tags : FBT, Fiber Optic Coupler, Fiber Optic Splitter, FBT Splitter, Coupler 1x2, Splitter 1x2, 60/40 Splitter, FC/APC, Single Mode, G657A1, FTTH, GPON, EPON, PON Network, Fiber Optic, Optical Fiber, Fiber Network, CATV, Fiber Optic Network, Telecom, Fiber Coupler, Optical Splitter, FBT Coupler, ABS Type, 1310nm, 1490nm, 1550nm, PON Splitter, อุปกรณ์ไฟเบอร์ออปติก, ตัวแยกสัญญาณไฟเบอร์, ตัวแบ่งสัญญาณไฟเบอร์, อุปกรณ์ FTTH, อุปกรณ์ GPON, อุปกรณ์ EPON

EPON OLT SFP Module PX+++ 7dB 1.25G Single Fiber SC 1490/1310nm SM 20KM เป็นโมดูลรับส่งสัญญาณออปติคัลแบบ BiDi SFP สำหรับระบบ EPON OLT รองรับการรับส่งข้อมูลผ่านไฟเบอร์ออปติกแบบ Single-Mode

EPON OLT SFP, EPON SFP Module, EPON OLT PX+++, EPON PX20+, OLT SFP 20KM, SFP BiDi, BiDi SFP, SFP Single Fiber, EPON 1.25G, EPON 1.244G, SFP SC/UPC, SC/UPC SFP, 1490nm TX, 1310nm RX, Single Mode Fiber, SMF, Fiber Optic SFP, Optical Transceiver, EPON Module, OLT Module, FTTH, FTTB, PON Network, Passive Optical Network, Fiber Optic Network, 20KM SFP, DDM SFP, Hot Pluggable SFP, EPON Fiber Module, EPON OLT Module EPON OLT SFP Module PX+++ 7dB 1.25G Single Fiber SC 1490/1310nm SM 20KM เป็นโมดูลรับส่งสัญญาณออปติคัลแบบ BiDi SFP สำหรับระบบ EPON OLT รองรับการรับส่งข้อมูลผ่านไฟเบอร์ออปติกแบบ Single-Mode ด้วยไฟเบอร์เพียงเส้นเดียว ช่วยเพิ่มความสะดวกในการติดตั้งและลดความซับซ้อนของระบบโครงข่าย รองรับความเร็ว 1.244 Gb/s และระยะการส่งสัญญาณสูงสุด 20 กิโลเมตร พร้อมกำลังส่ง +5 ถึง +10 dBm และ Link Budget ≥29 dB เหมาะสำหรับงานเครือข่าย FTTH, FTTB, EPON OLT Line Card และระบบ Passive Optical Network ที่ต้องการการเชื่อมต่อที่มีประสิทธิภาพและเสถียรภาพสูง โดยรองรับการใช้งานที่ความยาวคลื่น 1490 nm TX / 1310 nm RX และหัวต่อ SC/UPC ราคา 950 บาท รุ่น :EPON-OLT-SFP-PX7-20KM(รหัสสินค้า :P05957)​​ คุณสมบัติสินค้า -ประเภทสินค้า: EPON OLT SFP BiDi Optical Transceiver Module สำหรับใช้งานกับ EPON OLT -มาตรฐาน: รองรับมาตรฐาน IEEE 802.3ah EPON และคลาสกำลัง PX+++ / PX20+ -รูปแบบ SFP: SFP แบบ Hot-Pluggable รองรับมาตรฐาน SFF-8472 สามารถถอดเปลี่ยนโมดูลได้สะดวก -ชนิดไฟเบอร์: Single-Mode Fiber (SMF) แบบ Single-Fiber BiDi ใช้ไฟเบอร์เพียง 1 เส้นสำหรับรับและส่งข้อมูล -หัวต่อ: SC/UPC -อัตราการรับส่งข้อมูล: 1.244 Gb/s ทั้ง TX และ RX -ความยาวคลื่น: TX 1490 ±10 nm และ RX ช่วง 1260–1360 nm โดยมี 1310 nm เป็นค่าปกติ- -กำลังส่ง TX: +5 ถึง +10 dBm โดยมีค่าทั่วไปประมาณ +7.5 dBm -ความไวในการรับ RX: สูงสุด ≤ -28 dBm -ระยะส่งสัญญาณ: สูงสุด 20 กิโลเมตร -Link Budget: ≥29 dB ช่วยรองรับการส่งสัญญาณระยะไกลได้อย่างมีประสิทธิภาพ -แหล่งกำเนิดแสง: DFB Laser Diode (DML) -ตัวรับสัญญาณ: PIN Photodiode -รองรับ DDM: สามารถตรวจสอบอุณหภูมิ แรงดันไฟฟ้า Bias Current รวมถึงกำลังส่ง TX และกำลังรับ RX ผ่าน I²C ได้ -แรงดันไฟเลี้ยง: 3.3V DC -การใช้พลังงาน: ≤1.0W โดยทั่วไป -อุณหภูมิขณะใช้งาน: 0°C ถึง +70°C -มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม: RoHS -ลักษณะการใช้งาน: เหมาะสำหรับ EPON OLT Line Card, ระบบ FTTH/FTTB, Central Office PON Aggregation, MSAN และอุปกรณ์เครือข่าย Metro Ethernet ดาวน์โหลดข้อมูลไฟล์ Datasheet แนะนำวิธีการใช้งาน 1.ตรวจสอบอุปกรณ์ก่อนติดตั้ง ตรวจสอบว่าอุปกรณ์ OLT หรือ Line Card รองรับโมดูล EPON OLT SFP PX+++ / PX20+ และมีช่อง SFP ที่รองรับการใช้งาน 2.ติดตั้งโมดูล SFP ปิดระบบหรือปฏิบัติตามขั้นตอน Hot-Plug ของอุปกรณ์ OLT จากนั้นเสียบโมดูล EPON OLT SFP เข้ากับช่อง SFP จนเข้าที่ โมดูลรองรับการติดตั้งแบบ Hot-Pluggable 3.เชื่อมต่อสายไฟเบอร์ออปติก เชื่อมต่อสาย Single-Mode Fiber (SMF) เข้ากับพอร์ต SC/UPC ของโมดูล โดยโมดูลนี้เป็นระบบ BiDi ที่ใช้ไฟเบอร์เพียง 1 เส้นสำหรับรับและส่งข้อมูล 4.เชื่อมต่อเข้ากับระบบ EPON ใช้โมดูลเป็นส่วนรับส่งสัญญาณของ EPON OLT โดย TX ทำงานที่ความยาวคลื่น 1490 nm และ RX ที่ 1310 nm รองรับระยะการส่งสัญญาณสูงสุด 20 กม. 5.ตรวจสอบสถานะการเชื่อมต่อ ตรวจสอบสถานะ Link และค่าการรับส่งสัญญาณจากอุปกรณ์ OLT หากอุปกรณ์รองรับ DDM สามารถตรวจสอบอุณหภูมิ แรงดันไฟฟ้า Bias Current รวมถึงกำลังส่ง TX และกำลังรับ RX ได้ผ่านระบบ I²C 6.ทดสอบระบบหลังติดตั้ง ตรวจสอบการเชื่อมต่อระหว่าง OLT และอุปกรณ์ปลายทาง EPON ว่าสามารถรับส่งข้อมูลได้ตามปกติ และควรตรวจสอบค่ากำลังแสงให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสมกับระบบ Diagram (แผนภาพการเชื่อมต่อ) ข้อดีและประโยชน์ในการใช้งาน -รองรับการส่งสัญญาณระยะไกล ได้สูงสุด 20 กิโลเมตร เหมาะสำหรับระบบเครือข่าย EPON ที่มีระยะทางระหว่าง OLT และปลายทางค่อนข้างไกล -ใช้ไฟเบอร์เพียงเส้นเดียว ด้วยเทคโนโลยี BiDi ช่วยลดจำนวนสายไฟเบอร์และลดความซับซ้อนของโครงสร้างระบบ โดยใช้ 1490 nm สำหรับ TX และ 1310 nm สำหรับ RX -มี Link Budget สูง ≥29 dB พร้อมกำลังส่ง +5 ถึง +10 dBm และความไวรับสัญญาณสูงสุด ≤ -28 dBm ช่วยให้การเชื่อมต่อระยะไกลมีความน่าเชื่อถือ -ติดตั้งและเปลี่ยนได้สะดวก ด้วยรูปแบบ SFP แบบ Hot-Pluggable เหมาะสำหรับงานที่ต้องการบำรุงรักษาหรือเปลี่ยนโมดูลได้ง่าย -รองรับการตรวจสอบค่าการทำงาน ผ่าน DDM เช่น อุณหภูมิ แรงดันไฟฟ้า Bias Current กำลังส่ง TX และกำลังรับ RX -ใช้พลังงานต่ำ โดยมีการใช้พลังงานโดยทั่วไปไม่เกิน 1.0W เหมาะกับการติดตั้งใน OLT ที่มีหลายช่อง SFP -เหมาะสำหรับ EPON OLT Line Card, FTTH/FTTB, PON Aggregation Platform, MSAN และอุปกรณ์เครือข่าย Metro Ethernet ข้อควรระวัง -ควรตรวจสอบว่าอุปกรณ์ OLT รองรับ EPON PX+++ / PX20+ และโมดูล SFP ก่อนติดตั้ง -ต้องใช้กับ Single-Mode Fiber (SMF) และหัวต่อ SC/UPC ให้ตรงกับโมดูล -ตรวจสอบทิศทางและความยาวคลื่นของระบบให้ถูกต้อง โดยโมดูลนี้ใช้ 1490 nm สำหรับ TX และ 1310 nm สำหรับ RX -หลีกเลี่ยงการมองเข้าไปในพอร์ตหรือปลายสายไฟเบอร์ขณะที่ระบบกำลังทำงาน -ควรทำความสะอาดหัวต่อไฟเบอร์ก่อนเชื่อมต่อ และปิดฝาครอบพอร์ตเมื่อไม่ได้ใช้งาน เพื่อป้องกันฝุ่นและสิ่งสกปรก -ใช้งานในช่วงอุณหภูมิ 0°C ถึง +70°C ตามสเปกของโมดูล -ไม่ควรใช้งานเกินค่ากำลังแสงและเงื่อนไขทางออปติคัลที่กำหนด เพื่อป้องกันความเสียหายของตัวรับส่งสัญญาณ อุปกรณ์ที่จะได้รับ 1) EPON OLT SFP Module PX+++ รุ่น EPON OLT PX20+ x 1 ชิ้น tags : EPON OLT SFP, EPON SFP Module, EPON OLT PX+++, EPON PX20+, OLT SFP 20KM, SFP BiDi, BiDi SFP, SFP Single Fiber, EPON 1.25G, EPON 1.244G, SFP SC/UPC, SC/UPC SFP, 1490nm TX, 1310nm RX, Single Mode Fiber, SMF, Fiber Optic SFP, Optical Transceiver, EPON Module, OLT Module, FTTH, FTTB, PON Network, Passive Optical Network, Fiber Optic Network, 20KM SFP, DDM SFP, Hot Pluggable SFP, EPON Fiber Module, EPON OLT Module